ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2515

ประเด็นกฎหมาย

การรับฟังพินัยกรรมที่จำเลยมิได้ระบุอ้างต้นฉบับในบัญชีระบุพยานและส่งภายหลังการสืบพยานจำเลย

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยมิได้ระบุอ้างต้นฉบับพินัยกรรมไว้ในบัญชีระบุพยาน จำเลยไม่มีสิทธิส่งต้นฉบับพินัยกรรมเป็นพยานต่อศาล และสำเนาพินัยกรรมรับฟังไม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 เพราะมีต้นฉบับอยู่ และไม่อาจรับฟังพยานบุคคลแทนเอกสารตามมาตรา 94

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานอ้างพินัยกรรมเฉพาะสำเนาที่เจ้าพนักงานที่ดินรักษา โดยมิได้อ้างต้นฉบับที่มีอยู่ที่จำเลย ต่อมาในวันสืบพยานจำเลยมิได้นำต้นฉบับมาส่ง คงรับรองสำเนา และเพิ่งส่งต้นฉบับในวันสืบพยานโจทก์หลังจากสืบพยานจำเลยเสร็จ โจทก์คัดค้านทันที

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2515เด็กชายสุพัฒน์ คำมา โดยนางแก้ว สวัสดิ์ มารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง ที่ 1โจทก์เด็กหญิงเครือวัลย์ คำมา โดยนางคำปัน หรือปัน ดีวันหล้า มารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง ที่ 2โจทก์เด็กชายสถิตย์ คำมา ที่ 3 และเด็กชายสกิต คำมา ที่ 4 โดยนางคำใส ชื่นตา ผู้แทนเฉพาะคดีโจทก์ ป.วิ.พ. ป.พ.พ. บัญชีระบุพยานของจำเลยอ้างพินัยกรรมที่เจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้รักษา ซึ่งเป็นสำเนาพินัยกรรมที่จำเลยรับรองและยื่นไว้โดยมิได้ระบุอ้างต้นฉบับพินัยกรรมที่มีอยู่ที่จำเลย จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะส่งต้นฉบับพินัยกรรมเป็นพยานต่อศาลวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยมิได้นำต้นฉบับพินัยกรรมมาส่งศาลเพิ่งมาส่งในวันสืบพยานโจทก์หลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีโอกาสซักค้านต้นฉบับพินัยกรรมนี้ซึ่งโจทก์ก็ได้คัดค้านว่าจำเลยมิได้ระบุพยานอ้างเอกสารนี้ไว้และว่าจำเลยมิได้ส่งสำเนาพินัยกรรมให้โจทก์ ดังนี้ ศาลย่อมรับฟังพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพยานไม่ได้เมื่อต้นฉบับพินัยกรรมมีอยู่ สำเนาพินัยกรรมที่เรียกมาจากเจ้าพนักงานที่ดินย่อมรับฟังไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา93 และจะรับฟังพยานบุคคลว่ามีการทำพินัยกรรมก็ไม่ได้เพราะเป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดงและไม่ใช่กรณีที่หาต้นฉบับเอกสารไม่ได้ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นบุตรสิบเอกแก้วกับนางแก้ว นายคำปันและนางแสงหล้าหรือบุญปั่นตามลำดับจำเลยกับสิบเอกแก้วเป็นบุตรนายหล้า นางจันทร์ นายหล้าวายชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มีที่ดิน 2 แปลงและเรือน 1 หลัง ราคาประมาณ 30,000 บาท เป็นมรดก สิบเอกแก้ว จำเลยและนางจันทร์มารดาได้ปก