ปัญหาว่าศาลชั้นต้นควรรับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณาหรือไม่ เมื่อผู้ร้องอ้างว่าจำเลยก่อหนี้ส่วนตัวไม่ผูกพันสินบริคณห์
หนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นส่วนตัวย่อมไม่ผูกพันสินบริคณห์ โจทก์จะยึดทรัพย์พิพาทอันเป็นสินบริคณห์โดยไม่ได้ร้องขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นส่วนของจำเลยเสียก่อนไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องแล้วดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่ผู้ร้อง 575 บาท
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 27,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 294 พร้อมบ้านซึ่งเป็นสินบริคณห์ ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยร้องขัดทรัพย์อ้างว่าจำเลยก่อหนี้ส่วนตัวไม่ผูกพันสินบริคณห์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องโดยเห็นว่าโจทก์มีสิทธิยึดสินบริคณห์ได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2517นายช้วน เพชรรัตน์มุณีโจทก์นายสวัสดิ์ นฤภัยผู้ร้องนางเอื้อน นฤภัยจำเลย ป.วิ.พ. ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีของจำเลยร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้โดยอ้างว่าจำเลยก่อหนี้เป็นส่วนตัว ไม่ผูกพันทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้างโจทก์ก็ยึดทรัพย์พิพาทโดยไม่ร้องขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นส่วนของจำเลยเสียก่อนไม่ได้ ศาลจึงต้องรับคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องไว้พิจารณาจะสั่งยกคำร้องเสียเลยหาได้ไม่คดีนี้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 27,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 294 พร้อมบ้านหนึ่งหลังตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดเป็นสินบริคณห์โดยเป็นสินสมรส เพราะได้มาในระหว่างผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากัน แต่ผู้ร้องยินยอมให้ใส่ชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียว หนี้สินระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันทรัพย์ที่ถูกยึด เพราะจำเลยก่อหนี้เป็นส่วนตัว ผู้ร้องมิได้ยินยอมอนุญาตและได้มีหนังสือบอกล้างไปแล้ว ทั้งไม่ใช่หนี้ร่วมกันโจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์รายนี้เพื่อเอาชำระหนี้ได้ จึงขอให้ศาลสั่งถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าวเสียศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณีที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมยึดสินบริคณห์ซึ่งจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีของจำเลยจะร้องขัดทรัพย์หาได้ไม่ จึงให้ยกคำร้องตามนัยฎีกาที่ 928/2503ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรั