การกระทำที่เดิมเป็นความผิดตามกฎหมายจราจรทางบก แต่ภายหลังมีกฎหมายใหม่ให้อำนาจเจ้าพนักงานว่ากล่าวตักเตือน และจำเลยปฏิบัติตามแล้ว การกระทำนั้นไม่เป็นความ
เมื่อกฎหมายภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดและให้อำนาจเจ้าพนักงานว่ากล่าวตักเตือน หากจำเลยปฏิบัติตามคำตักเตือนแล้ว ถือว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษ การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ย่อมหมดสิ้นไป
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองที่ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยจอดรถเข็นกีดขวางการจราจรเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2514 ซึ่งขณะนั้นพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 64 ใช้บังคับ ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2515 มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 9 ยกเลิกมาตรา 64 เดิมและให้อำนาจเจ้าพนักงานว่ากล่าวตักเตือน เจ้าพนักงานตำรวจจราจรได้ตักเตือนจำเลยและจำเลยปฏิบัติตาม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2517พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่โจทก์นายสุเทพ ตัชชนานุสรณ์จำเลย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ม. 14, ม. 64, ม. 66 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม. 13 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 9 ป.อ. ม. 2 วรรคสอง ป.วิ.อ. ม. 39จำเลยจอดรถกีดขวางการจราจร เป็นผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 64 ต่อมามีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ยกเลิกและใช้ความใหม่แทน ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ ดังนี้ เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานจราจรแล้วเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษแก่จำเลย การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิดก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งฟ้องภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ ย่อมหมดสิ้นไปในตัวโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจอดรถเข็นหน้าตลาดสดเทศบาล เป็นการกีดขวางการจราจรและพูดค่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจที่เข้าไปตักเตือนห้ามปรามจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477มาตรา 14, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508มาตรา 13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานเลือกปฏิบัติว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เจ้าพนักงานย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดของจำเลยอีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฟังไม่ได้ว่าจำเลยดูหมิ่นเจ้าพนักงาน พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องทั้งสองฐานความผิดศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาฐานจอดล้อเลื่อนกีดขวาง