การตัดฟันไม้ยางในที่ดินของตนเองและการครอบครองไม้ดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดหรือไม่ และการลงโทษต้องเรียงกระทงหรือไม่
ไม้ยางเป็นไม้หวงห้ามไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใดในราชอาณาจักร การตัดฟันลงต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทาน การครอบครองไม้ที่ตัดฟันลงโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายเป็นความผิด การตัดฟันไม้และการครอบครองไม้เป็นการกระทำสองกรรมต่างกัน เป็นความผิดสองกระทง ต้องเรียงกระทงลงโทษตา
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 73 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 17 กระทงหนึ่ง และมาตรา 69 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 12 อีกกระทงหนึ่ง แต่โทษของจำเลยคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษ
จำเลยตัดไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินของจำเลย 1 ต้น ปริมาตร 7.84 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองไม้ดังกล่าวโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย จำเลยให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2517พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นายช้อย แซ่จ้งจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 7, ม. 11, ม. 69, ม. 73, ม. 74 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม. 5, ม. 12, ม. 17 ป.อ. ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 212, ม. 225 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2ไม้ยางเป็นไม้หวงห้ามไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใดในราชอาณาจักรการตัดฟันลงจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทาน จำเลยตัดฟันไม้ยางซึ่งแม้จะขึ้นอยู่ในที่ดินของจำเลยเองก็มีความผิด การครอบครองไม้ที่ตัดฟันลงดังกล่าวโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายย่อมเป็นความผิดด้วย ไม้ดังกล่าวจึงเป็นไม้ที่ต้องริบความผิดฐานตัดฟันลงซึ่งไม้ยางอันเป็นไม้หวงห้ามแล้วครอบครองไม้นั้น เป็นการกระทำสองกรรมต่างกันเป็นความผิดสองกระทงซึ่งมีกำหนดโทษเท่ากัน คือ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทมาตราต่าง ๆ ทั้งสองกระทง แล้วพิพากษาจำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท โดยมิได้กล่าวว่าลงโทษตามมาตราใด นั้น เป็นการลงโทษในอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดกระทงเดียวโดยมิได้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 2 ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดให้ถูกต้องได้แต่จะแก้โทษให้หนักขึ้นไม่ได้เพราะโจทก์มิได้อุทธรณ์โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน 2515 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2515 เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยบังอาจตัดฟันไม้ยางอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ซึ่งขึ้นอยู่ในที่ดินของจำเลย 1 ต้นปริมาตรเนื้อไม้ 7.84 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเ