การฟ้องคดีอาญาที่เป็นกรรมเดียวกับคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว เป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่
เมื่อข้อหาทั้งสองสำนวนเป็นการกระทำกรรมเดียวกันในเวลาและสถานที่เดียวกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในสำนวนหนึ่งไปแล้ว การฟ้องอีกสำนวนหนึ่งเป็นการฟ้องซ้ำ ต้องยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(4)
พิพากษายืน ให้ยกฟ้องคดีนี้
โจทก์ฟ้องจำเลยสองสำนวนในวันเดียวกัน เกี่ยวกับการกระทำในวันเวลาและสถานที่เดียวกัน สำนวนแรกข้อหาจำเลยดำรงชีพจากรายได้ของหญิงค้าประเวณี สำนวนที่สองข้อหาจำเลยเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณี คู่ความรับว่าทั้งสองสำนวนเป็นกรรมเดียวกัน จำเลยรับสารภาพในสำนวนที่สอง ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในสำนวนที่สองแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2517พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นางเชื่อม พุ่มสอนจำเลย ป.อ. ม. 286 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 10 ป.วิ.อ. ม. 39 (4), ม. 185โจทก์ฟ้องว่า จำเลยดำรงชีพอยู่ด้วยรายได้ของหญิงในการค้าประเวณีสำนวนหนึ่งและในวันเดียวกันโจทก์ยังฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำผิดอันเดียวกันเป็นอีกสำนวนหนึ่งว่าจำเลยเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณีโดยมิได้ขอให้พิจารณาคดีรวมกันเห็นได้ว่าเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษในกรรมเดียวซ้ำกัน 2 ครั้งข้อหาในอีกสำนวนหนึ่งนั้นย่อมหมายความว่าจำเลยมีรายได้จากสินจ้างซึ่งได้รับจากลูกค้าของสถานการค้าประเวณี แล้วจำเลยแบ่งรายได้นั้นให้แก่หญิงที่ค้าประเวณีแต่ข้อหาในสำนวนนี้ว่าจำเลยดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงที่ค้าประเวณีในสถานที่แห่งเดียวกัน เมื่อในคดีอีกสำนวนหนึ่งนั้นจำเลยรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้อง และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วจึงชอบที่ศาลจะยกฟ้องคดีสำนวนนี้เสียโจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ถึงวันที่11 ธันวาคม 2515 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นสำหรับดำรงชีพ ได้ดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงในการค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 10 นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1320/2515 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธก่อนสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า ข้อหาที่จำเลยถูกฟ้องคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1320/2515 เป็นกรรมเดียวกัน พนักงานสอบสวนแยกสอบสวนเป็นสองสำนวน โจทก์จึงฟ้องเป็นสองสำนวน สำหรับคดีดำที่ 1320/2515 ที่โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาว่าเป็นเจ้าของและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วศาลชั้นต