ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2517

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันปกปิดความจริงเกี่ยวกับโรคประจำตัว ตกเป็นโมฆียะ และการบอกล้างต้องกระทำภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ โดย

หลักกฎหมาย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง การบอกล้างโมฆียะกรรมต้องทำภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ โดยมูลหมายถึงเค้าเรื่องหรือต้นเรื่องเดิม ไม่จำเป็นต้องทราบความจริงที่เป็นยุติแน่นอนก่อนบอกล้าง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินประกันชีวิตหนึ่งล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ทั้งสาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้เอาประกันชีวิตมีโรคตับแข็งและโรคในลำคอ แต่ปกปิดและแถลงเท็จในการทำสัญญาประกันชีวิต ต่อมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร บริษัทประกันทราบมูลเหตุจากการรายงานของแพทย์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2511 แต่เพิ่งบอกล้างในวันที่ 19 เมษายน 2511 เกินกำหนดหนึ่งเดือน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2517นางซู่เตียง แซ่เอา กับพวกรวม 3 คนโจทก์บริษัทไชนาอันเดอร์ไรท์เตอรส์ไลฟ์แอนด์เยเนอรัลอินชัวรันส์ จำกัด ฯจำเลย ป.พ.พ. สามีของโจทก์เอาประกันชีวิตกับบริษัทจำเลยโดยปกปิดความจริงและแถลงเท็จว่าไม่เคยให้แพทย์คนใดวินิจฉัยโรคมาก่อน ทั้งที่สามีของโจทก์เป็นโรคตับแข็งและโรคในลำคออยู่ก่อน ทำให้บริษัทจำเลยไม่อาจบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิตเสียได้ สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆียะ แต่บริษัทจำเลยไม่ใช้สิทธิบอกล้างเสียภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้จึงหมดสิทธิจะบอกล้างโจทก์ฟ้องว่านายเม่งสุย แซ่จึง สามีโจทก์ทั้งสามได้เอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทจำเลยในจำนวนทุนประกันหนึ่งล้านบาท ระบุให้โจทก์ทั้งสามเป็นผู้รับประโยชน์ นายเม่งสุยได้สิ้นชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่หลอดอาหาร โจทก์ขอรับเงินประกันชีวิต จำเลยปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินประกันชีวิตแก่โจทก์ทั้งสามหนึ่งล้านบาท รวมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยให้การว่าสามีโจทก์ทำกลฉ้อฉล เคยป่วยเป็นโรคตับแข็งและโรคเกี่ยวกับลำคอ ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรล่างอักเสบและต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง แต่ปกปิดความจริงตอนทำสัญญาประกันชีวิตสัญญาตกเป็นโมฆียะ จำเลยได้บอกล้างแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินหนึ่งล้านบาทให้โจทก์ทั้งสามพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า นายเม่งสุยผู้เอาประกันชีวิตมีสุขภาพไม่สมบูรณ์มาก่อนขอประกันชีวิตกับบริษัทจำเลย เพราะเคยเป็นโรคตับแข็งและโรคในลำคอ นายเม่งสุยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นโรคร้ายอะไรบ้างกลับละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริง ทั้งแถลงเท็จเพื่อปกปิดความจริงเสียในเวลาเอาประกันชีวิต