ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2517

ประเด็นกฎหมาย

การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษเด็กและเยาวชนภายหลังคดีถึงที่สุด ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวช

หลักกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามมาตรา 63 จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏแก่ศาลโดยศาลทราบเอง หรือจากรายงานของผู้อำนวยการสถานพินิจ หรือคณะกรรมการพินิจคุ้มครองเด็กหรือผู้ปกครองโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมว่า พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อจำเลยอ้างว่าพฤต

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำร้องของจำเลยที่ 1 ก่อนแล้วทำคำสั่งใหม่ตามควรแก่กรณี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปีเศษ ถูกพิพากษาให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรม ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำแล้ว ขอให้ลงโทษจำคุกแทนการฝึกอบรม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนข้อเท็จจริง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 27 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน
  • มาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวช

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2517พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายสมชัย ไกรนุชนาถ ที่ 1 นายไพศาล แซ่เจ้ง ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาให้จำคุกจำเลยซึ่งมีอายุ17 ปีเศษ แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมแทนคดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำอยู่แล้ว เพื่อให้จำเลยได้รับสิทธิเช่นเดียวกับผู้ต้องโทษทั่วไป ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยแทนการฝึกอบรม ดังนี้ เป็นการที่จำเลยกล่าวอ้างว่าพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ควรที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 63 จึงควรที่ศาลจะได้ฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนที่จะพิจารณาสั่งว่าสมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือไม่คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องหาว่า ร่วมกับจำเลยที่ 2 กับพวกอีกคนหนึ่งที่หลบหนีใช้มือรัดคอ ชกต่อย และใช้เหล็กหลาวแทงทำร้ายนายสงบ ศรีชวนะ แล้วร่วมกันปล้นทรัพย์รวมราคา 5,250 บาท ของผู้เสียหายไป ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ข้อ 14 จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปีเศษ ลงโทษโดยลดมาตราส่วนโทษ 1 ใน 3ตามมาตรา 76 แล้ว เป็นโทษจำคุก 12 ปี คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 มีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตาม มาตรา 78คงจำคุก 8 ปี พิจารณาประวัติและความประพฤติของจำเลยแล้วให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นให้ส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเพื่อฝึกและอบรมมีกำหนดขั้นต่ำ 4 ปี ชั้นสูงจนกว่าจำเลยที่ 1 จะมีอายุค