ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2517

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ใบอนุญาตผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งสำหรับหน้าที่ผู้ขับรถยนต์ที่ออกตามพระราชบัญญัติการขนส่งเป็นใบอนุญาตขับรถตามความหมายในพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 4(14) ศาลจึงมีอำนาจเพิกถอนได้ตามมาตรา 66 แต่การใช้ดุลพินิจเพิกถอนต้องพิจารณาความร้ายแรงของการกระทำ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ไม่เพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งของจำเลย เนื่องจากความเสียหายไม่มากนัก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยขับรถยนต์โดยสารประจำทางด้วยความประมาทเฉี่ยวเบียดรถที่จอดอยู่เสียหาย 2,000 บาท ศาลชั้นต้นลงโทษปรับแต่ไม่เพิกถอนใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก
  • มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2517ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครศรีธรรมราชโจทก์นายลิขิต แก้ววิจิตรจำเลย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ม. 4 (14), ม. 66 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม. 3, ม. 13 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 11 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 13 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ11 บัญญัติว่าเมื่อผู้ใดฝ่าฝืนบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ศาลมีอำนาจถอนใบอนุญาตขับรถได้และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 4(14) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2508 มาตรา 3 ให้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า ใบอนุญาตขับรถ ให้หมายความว่าใบอนุญาตให้ผู้ขับทำการขับขี่หรือลากเข็นรถหรือรถรางตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รถจ้างรถลาก ล้อเลื่อน การจดทะเบียนคนขับรถรางและการขนส่ง ดังนี้ ใบอนุญาตผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งสำหรับหน้าที่ผู้ขับรถยนต์ซึ่งนายทะเบียนการขนส่งออกให้แก่จำเลยตามพระราชบัญญัติการขนส่งจึงเป็นใบอนุญาตขับรถตามความหมายในพระราชบัญญัติจราจรทางบกเมื่อจำเลยกระทำผิดและศาลพิพากษาลงโทษจำเลย (ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 66 ที่แก้ไขแล้ว) ศาลก็มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งสำหรับหน้าที่ผู้ขับรถที่กล่าวนั้นเสียได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจขับรถยนต์โดยสารประจำทาง ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ไม่หยุดรถหรือชะลอความเร็ว เพื่อรถให้ทางข้างหน้าปลอดภัยเสียก่อนเมื่อจะสวนทางกับรถอีกคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนน เป็นเหตุให้ตัวถังรถของจำเลยเฉี่ยวเบียดกับรถคันที่จอดอยู่เสียหายเป็นเงิน 2,000 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญ