คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธข้อตัดฟ้องเรื่องอำนาจศาลทหาร เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือคำสั่งชี้ขาดประเด็นสำคัญแห่งคดี
ประเด็นสำคัญแห่งคดีอยู่ที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ คำสั่งที่ให้นัดสืบพยานโจทก์เพื่อเริ่มการพิจารณาเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลอาญา จำเลยให้การตัดฟ้องว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับข้อตัดฟ้องและให้นัดสืบพยานโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2517บริษัทอุตสาหกรรมผลิตยางยูนิเวอร์แซล ที่ 1โจทก์นายวิเชียร รอดประเสริฐ ที่ 2โจทก์นายวีระพล ศรีบัณฑิตจำเลย ป.วิ.อ. ม. 196 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2 ข้อ (9) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 36 ลงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2515 โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และ 337 ศาลอาญาสั่งประทับฟ้องโจทก์ จำเลยยื่นคำให้การตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติ ศาลอาญาสั่งว่า กรณีไม่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ คำสั่งเช่นนี้ไม่ใช่คำสั่งในประเด็นสำคัญแห่งคดีที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เพียงแต่ให้นัดสืบพยานโจทก์เพื่อเริ่มการพิจารณาเท่านั้น จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 337, 83 และ 90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธ กับตัดฟ้องว่า ความผิดฐานกรรโชกและทำให้เสียเสรีภาพ อยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเองศาลชั้นต้นสั่งว่า การกระทำของจำเลยตามที่ไต่สวน เป็นการกระทำอย่างเดียวผิดกฎหมายหลายบท กรณีไม่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 36 ส่วนกรณีที่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 36 นั้นศาลจะได้รวมสั่งหรือพิพากษาเมื่อมีคำพิพากษาจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจำเลยฎีกาว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อตัดฟ้องของจำเลยเป็นคำสั่งชี้ขาดในประเด็นสำคัญว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องต