ฎีกาที่โต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คที่เกิดจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 4 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 การที่จำเลยฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมา จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้าม
ให้ยกฎีกาของจำเลย
จำเลยออกเช็ค 2 ฉบับให้โจทก์เป็นการชำระค่าเช่าโฉนดที่ดิน เพื่อนำไปประกันการเบิกเงินเกินบัญชี เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะบัญชีผู้สั่งจ่ายปิดแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1178/2517นายนวม เดชศรีโจทก์นายมนตรี สุขสภาจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.วิ.อ. ม. 218ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลย 4 เดือน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยออกเช็คให้โจทก์เป็นการชำระค่าเช่าโฉนดที่ดิน จำเลยฎีกาว่ามูลหนี้ตามเช็คต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องเพราะเป็นหนี้ที่เกิดจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์.ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงเป็นฎีกาที่โต้แย้งข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 13 เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2516โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2512 เวลากลางวัน จำเลยบังอาจสั่งจ่ายเช็คของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาประดิพัทธ์ 2 ฉบับ ลงวันที่ 30 มีนาคม 2512 คือเช็คเลขที่ ดี.7-466942 และ เลขที่ ดี.7-466943 ฉบับละ 17,500 บาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คทั้งสองฉบับยื่นต่อธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารกรุงเทพจำกัดได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2512 โดยอ้างว่าบัญชีผู้สั่งจ่ายปิดแล้ว ทั้งนี้จำเลยได้ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการจ่ายเงินตามเช็คนั้น หรือออกเช็คโดยในขณะที่ไม่มีเงินอันจะพึงใช้เงินได้ หรือออกเช็คให้มีจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็คนั้น เหตุเกิดที่ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท นครหลวงกรุงเทพธนบุรี วันที่ 18 กรกฎาคม 2512 โจทก์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแก่จำเลย แต่โจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีเอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค