ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2517

ประเด็นกฎหมาย

การตีความพินัยกรรมที่มีภาระติดพันให้จำเลยนำเงินสดไปก่อตั้งมูลนิธิ และอำนาจฟ้องของโจทก์ในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงอายุความฟ้องคดี

หลักกฎหมาย

พินัยกรรมที่ยกทรัพย์สินให้แต่มีภาระติดพันให้ผู้รับต้องนำทรัพย์สินไปใช้เพื่อการกุศล ย่อมมีผลบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1676 ผู้มีส่วนได้เสียตามพินัยกรรมมีอำนาจฟ้องบังคับให้ปฏิบัติตามพินัยกรรมได้ และผู้จัดการมรดกซึ่งยังจัดการมรดกไม่เสร็จสิ้นไม่อาจยกอายุความ 1 ปีขึ้นต่อสู้ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ ให้จำเลยชำระเงินตามพินัยกรรมซึ่งตกได้แก่โรงพยาบาลศิริราชให้โจทก์เป็นเงิน 388,818.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยแต่มีข้อกำหนดให้จำเลยนำเงินสดที่เหลือไปมอบให้โรงพยาบาลศิริราชเพื่อก่อตั้งมูลนิธิ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกและไม่ยอมดำเนินการ โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่โรงพยาบาลศิริราชสังกัดอยู่ฟ้องเรียกเงินดังกล่าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2517มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ โดยอธิการบดี ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ เป็นผู้แทนโจทก์นางจรูญศรี รักษาพลไกร ในฐานะผู้จัดการมรดก ของพันตำรวจโทหลวงรักษาพลไกร ผู้ตายจำเลยและในฐานะส่วนตัว (โดยนายสมบัติ ผู้จัดการมรดกเป็นคู่ความแทนจำเลย ป.พ.พ. ม. 81, ม. 132, ม. 1655, ม. 1676, ม. 1677, ม. 1719, ม. 1732, ม. 1754 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 84 กฎหมายลักษณะผัวเมีย ผู้ตายซึ่งเป็นสามีจำเลยทำพินัยกรรมมีข้อความในข้อ 1 ถึงข้อ 3 ยกที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยและผู้อื่น ข้อ 4 ว่า ทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวแล้ว ขอยกให้จำเลยแต่ผู้เดียวและขอให้จัดการกุศลดังกล่าวต่อไป ข้อ 5 ทรัพย์สินที่เป็นเงินสด ให้จำเลยนำไปมอบแก่เจ้าอาวาสวัด ช. เพื่อซ่อมแซมพระอุโบสถ 50,000 บาท ข้อ 6 เงินสดที่เหลือจากที่กล่าวในข้อ 5 ให้จำเลยมอบให้แก่โรงพยาบาลศิริราชก่อตั้งเป็นมูลนิธิ หรือจะสร้างเป็นตึกคนไข้ก็ได้ โดยปรึกษากับเจ้าหน้าที่คณะแพทย์ศาสตร์และศิริราชพยาบาล แม้พินัยกรรม ข้อ 4 ระบุว่า ยกทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวในข้อ 1, 2, 3 ให้จำเลยแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่จำเลยก็ตกอยู่ในภาระติดพันที่จะต้อง นำเงินสดของผู้ตายที่เหลือจากจ่ายแล้วในข้อ 5 มอบให้แก่โรงพยาบาลศิริราชก่อตั้งเป็นมูลนิธิ พินัยกรรมข้อนี้จึงมีผลบังคับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1676 โรงพยาบาลศิริราชเป็นส่วนราชการส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ข้อ 6 จำเลยไม่ยอมก่อตั้งมูลนิธิหรือร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชในการตั้งมูลนิธิ โจทก์จึงเป็นผู้ร้องขอให้ก่อตั้งมูลนิธิได้ตามมาตรา 1677 และการก่อตั้งมูลนิธิตามมาตรา 81 นั้น ในประก