ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2517

ประเด็นกฎหมาย

การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาซื้อขายที่ระบุว่าชำระราคาครบถ้วนแล้ว เป็นการแปลงหนี้หรือไม่ และหนี้เดิมตามเช็คที่ยังไม่ได้รับเงินระงับไปหรือไม่

หลักกฎหมาย

การทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเพียงพิธีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หาได้มีเจตนาจะแปลงหนี้หรือยกเลิกสัญญาฉบับเดิมไม่ เมื่อจำเลยมิได้เสียหายเนื่องจากการที่โจทก์มิได้นำเช็คไปรับเงินตามกำหนดและไม่มีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น หนี้เดิมจึงไม่ระงับตาม ป.พ.พ.

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระหนี้ค่าซื้อที่ดินสิ่งปลูกสร้างค้างจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์ในราคา 2,000,000 บาท ชำระแล้ว 1,200,000 บาท ส่วนที่เหลือ 800,000 บาท ชำระด้วยเช็คลงวันที่ล่วงหน้า 6 เดือน โดยโจทก์มีสิทธิอยู่อาศัยในสิ่งปลูกสร้างอีก 6 เดือน ต่อมามีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยระบุว่าโจทก์ได้รับเงินค่าที่ดินครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อโ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1791/2517นางลม่อม ศิลป์ศรชัยโจทก์นายยงเกียรติ มหากิจศิริ ที่ 1 นายประยุทธ มหากิจศิริ ที่ 2จำเลยนายประทีป มหากิจศิริ ที่ 3จำเลย ป.พ.พ. จำเลยตกลงซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์ โดยให้โจทก์อาศัยอยู่ในสิ่งปลูกสร้างอีก 6 เดือน โจทก์ยอมให้จำเลยชำระราคาบางส่วน ราคาส่วนที่เหลือจำเลยจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้า 6 เดือนให้โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์จำเลยขอให้เจ้าพนักงานที่ดินทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้จำเลย ระบุว่าโจทก์ได้รับเงินค่าที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อโจทก์นำเช็คไปขอรับเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่าเช็คพ้นกำหนดการจ่ายเงิน ดังนี้ โจทก์จำเลยยังเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาซื้อขายฉบับเดิมต่อไปตามเงื่อนไขเรื่องให้โจทก์มีสิทธิอยู่อาศัยในสิ่งปลูกสร้างแลกเปลี่ยนกับการผ่อนระยะเวลา การชำระค่าที่ดินที่ยังมิได้ชำระ การทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเพียงพิธีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หาได้มีเจตนาจะแปลงหนี้หรือยกเลิกสัญญาฉบับเดิมไม่ เมื่อจำเลยมิได้เสียหายเนื่องจากการที่โจทก์มิได้นำเช็คไปรับเงินตามกำหนดและไม่มีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นกรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 และ 1005 จำเลยต้องรับผิดชำระราคาที่ดินที่ยังเหลืออยู่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1749 พร้อมกับสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์ในราคา 2,000,000 บาท จำเลยชำระราคาแล้ว1,200,000 บาท ส่วนที่เหลือ 800,000 บาท จำเลยออกเช็คล่วงหน้าให้และให้โจทก์มีสิทธิอยู่ในสิ่งปลูกสร้างจนกว่าจะครบกำหนดใช้เงินตามเช็ค ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยแล้วแต่นำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ โดยธนาคารแจ้งว่าพ้นกำหนดการจ