ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2517

ประเด็นกฎหมาย

การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและการจำหน่ายเฮโรอีนเป็นความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว และศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษโดยไม่ต้องอ้างมาตรา 91 ในคำขอท้ายฟ้องหรือไม่

หลักกฎหมาย

การมีเฮโรอีนและการจำหน่ายเฮโรอีนเป็นคนละฐานความผิดตามกฎหมายคนละมาตรา การกระทำแยกได้เป็นสองกระทง ศาลลงโทษทั้งสองกระทงได้ แม้โจทก์ไม่ได้อ้างมาตรา 91 ในคำขอท้ายฟ้อง แต่หากบรรยายฟ้องว่ากระทำความผิดหลายบทหลายกระทง ศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 2 โดยให้การกำหนดโทษและลดโทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และริบของกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและจำหน่ายเฮโรอีนให้ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย กระทำความผิดหลังจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 มีผลใช้บังคับแล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายบทหลายกระทง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 91
  • มาตรา 5 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2517พนักงานอัยการจังหวัดนครพนมโจทก์นายตระกูล น้อยสา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4 ทวิ, ม. 20 ทวิ, ม. 20 ตรี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4, ม. 6, ม. 7 ป.อ. ม. 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษ ซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดไว้ในครอบครองและได้บังอาจจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและได้จำหน่ายเฮโรอีนแก่ผู้อื่น การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง และได้จำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย เป็นความผิดสองกระทง เมื่อจำเลยกระทำความผิดภายหลังวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11มีผลใช้บังคับแล้ว แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงมาด้วย ศาลย่อมมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษ ซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด น้ำหนัก 60 มิลลิกรัมราคากรัมละ 30 บาทไว้ในครอบครองและได้บังอาจร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมายทั้งได้บังอาจร่วมกันมีกันชาจำนวน 1 ห่อ น้ำหนัก 50,150 กรัม และบ้องกันชา 2 บ้องไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยเฮโรอีนกันชา และบ้องกันชาดังกล่า