ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือเรียกค่าเสียหายหรือไม่
คำชี้ขาดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐอันถึงที่สุดแล้วย่อมปิดปากโจทก์มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่น เมื่อที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การที่โจทก์นำที่พิพาทมาให้จำเลยเช่า สัญญาเช่าตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือเรียกค่าเสียหาย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์เคยถูกผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินรายพิพาท และคดีถึงที่สุดแล้วโดยศาลพิพากษาว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์นำที่พิพาทมาให้จำเลยเช่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701 - 2702/2517นายปลั่ง โพธิ์อ่อนโจทก์นายยศ ชนะภัย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินปรากฏว่าโจทก์ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินรายพิพาท บัดนี้คดีนั้นถึงที่สุดแล้ว ศาลพิพากษาให้ขับไล่คดีนี้ออกจากที่พิพาทโดยวินิจฉัยว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินคำชี้ขาดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐอันถึงที่สุดแล้วย่อมปิดปากโจทก์มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่น เมื่อที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน การที่โจทก์นำที่พิพาทมาให้จำเลยเช่าสัญญาเช่าจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือเรียกเอาค่าเสียหายคดีสองสำนวนนี้โจทก์คนเดียวกันฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทพร้อมกับเรียกค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยชำระค่าเช่าค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นที่ซึ่งทางราชการสงวนไว้เพื่อปลูกสร้างสถานที่ราชการ ตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2472 ซึ่งระบุห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดจับจองถือกรรมสิทธิ์ในบรรดาที่ดินว่างเปล่ามาก่อน พ.ศ. 2465 โจทก์ไม่มีสิทธินำไปให้ผู้ใดเช่า คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยต่อไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความ 2 ศาลสำนวนละ 150 บาท แทนจำเลยด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฎีกาของโจทก์โต้แย้งว่า ที่พิพาทซึ่งให้จำเลยทำสัญญา