การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งกระทำชำเราเด็กหญิงบัวทิพย์และนางสาวสำอางค์ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แยกออกได้เป็นกระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลมีอำนาจลงโทษผู้กระทำผิดทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
พิพากษายืน
จำเลย 3 คนกับพวกจับตัวนางสาว ส. และเด็กหญิง บ. ลงจากเรือนไปยังทุ่งนาแล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองบนคันนาห่างกันราว 2 วา โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำชำเรา ส. อันเป็นความผิดตามมาตรา 277 แล้วร่วมกับจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำชำเรา บ. อันเป็นความผิดตามมาตรา 276
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2517พนักงานอัยการจังหวัดนครนายกโจทก์นายกาง หรือแสวง ใจดี กับพวกรวม 3 คนจำเลย ป.อ. ม. 90, ม. 91, ม. 276, ม. 277 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2, ข้อ 7จำเลย 3 คนกับพวกจับตัวนางสาว ส.และเด็กหญิง บ.ลงจากเรือนไปยังทุ่งนาแล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองบนคันนาห่างกันราว 2 วา โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำชำเรา ส. อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 ตามที่แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติกรรมหนึ่งแล้วร่วมกับจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำชำเรา บ. อันเป็นความผิดตามมาตรา 276 ตามที่แก้ไขอีกกรรมหนึ่ง. การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ดังนี้ แยกออกได้เป็นความผิด 2 กรรมโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2516 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสามกับพวกอีกคนหนึ่ง ได้ร่วมกันมีอาวุธปืนบุกรุกเข้าไปในบ้านเรือนอันเป็นอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานที่อยู่อาศัยของนายกัน วงษ์เจริญ และเด็กหญิงบัวทิพย์ วงษ์เจริญ อายุ 12 ปี โดยไม่มีเหตุอันควรแล้วใช้กำลังประทุษร้าย ใช้ปืนจ่อจี้เด็กหญิงบัวทิพย์และนางสาวสำอางค์ บุ้งทอง อายุ 16 ปี ทำการค้นหาทรัพย์สินในบ้าน แล้วจำเลยกับพวกได้ร่วมกันขู่เข็ญบังคับและใช้กำลังดึงพาเด็กหญิงบัวทิพย์กับนางสาวสำอางค์ลงจากบ้านไปกลางทุ่งนาอันเป็นการหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้เสียหายทั้งสองปราศจากเสรีภาพในร่างกาย จากนั้นจำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองจนสำเร็จความใคร่คนละครั้ง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบัวทิพย์ แล้วร่วมกับจำเลยที่ 3 กับพวกผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนนางสาวสำอางค์ด้วยกันทุกคนอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงและเด็กหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 277, 310, 362, 364,