การชำระหนี้บางส่วนและการไม่คืนเช็คเดิมถือเป็นการยอมความในคดีอาญาหรือไม่
การยอมความในคดีอาญาต้องแสดงเจตนาชัดเจนว่าประสงค์ให้คดีอาญาระงับ การชำระหนี้บางส่วนและการไม่คืนเช็คเดิมแสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้คดีอาญาระงับ จึงยังไม่มีการยอมความ
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ค่าซื้อเป็ด 14,107 บาท แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาจำเลยนำเช็คของบุคคลอื่นจำนวน 13,000 บาท มาชำระหนี้ค่าเป็ดให้โจทก์ แต่หนี้ที่ค้างอยู่อีก 1,107 บาท ยังไม่ได้ชำระ และโจทก์ไม่คืนเช็คฉบับแรกให้จำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2517นายเล่าสี่ แซ่ส่งโจทก์นายสมัย โฆษานิมิตรจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.วิ.อ. จำเลยจ่ายเช็คชำระหนี้ค่าซื้อเป็ดให้โจทก์เป็นเงิน 14,107 บาท แต่เบิกเงินไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ต่อมาจำเลยได้นำเช็คจำนวนเงิน 13,000 บาท มาชำระหนี้ค่าเป็ดให้โจทก์แต่หนี้ที่ค้างอยู่อีก 1,107 บาทนั้น จำเลยยังไม่ได้ชำระและโจทก์ไม่คืนเช็คฉบับแรกให้จำเลยแสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้คดีอาญาระงับ ยังถือไม่ได้ว่าได้มีการยอมความกัน อันจะทำให้สิทธิที่จะดำเนินเป็นอาญาของโจทก์ระงับไปโจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 26 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2516 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 เวลากลางวันจำเลยได้ออกเช็คของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาทรงวาด เลขที่ เค เอส/7 526527 ลงวันที่สั่งจ่ายวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2515เงิน 14,107 บาท ชำระหนี้โจทก์ด้วยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น ครั้นวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด สาขาหัวลำโพงเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาทรงวาดได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่ายเหตุเกิดที่ตำบลจักรวรรดิ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ และที่ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย นครหลวงกรุงเทพธนบุรี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั