การกระชากสร้อยคอจนขาดแต่ผู้เสียหายกุมสร้อยไว้ได้ทัน เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์สำเร็จ
การกระชากสร้อยคอจนขาดเป็นเพียงขั้นตอนที่มุ่งหมายให้สร้อยหลุดจากคอผู้เสียหายเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นยึดถือเอาทรัพย์ไป เมื่อผู้เสียหายกุมสร้อยไว้ได้ทัน การกระทำจึงเป็นเพียงพยายามชิงทรัพย์
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยบีบคอผู้เสียหายทางด้านหลังแล้วกระชากสร้อยคอจนขาด แต่ผู้เสียหายใช้มือกุมสร้อยไว้ที่หน้าอกได้ทัน จำเลยแย่งไม่ได้และวิ่งหนีไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2517พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายประเวทย์ หรือโหนก เรืองสมบัติจำเลย ป.อ. ม. 80, ม. 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14จำเลยเข้าบีบคอผู้เสียหายทางด้านหลัง แล้วกระชากสร้อยคอห้อยพระเครื่องที่สวมอยู่ที่คอจนสร้อยขาดจากกัน ในทันใดผู้เสียหายได้ใช้มือกุมสร้อยคอที่หลุดจากคอแต่ยังอยู่ที่บริเวณหน้าอกไว้ได้ทัน จำเลยแย่งเอาไปไม่ได้แม้สร้อยคอจะอยู่ที่มือจำเลยตอนกระชาก ก็เป็นการกระทำในขั้นที่มุ่งหมายจะให้สร้อยขาดหลุดจากคอผู้เสียหายเท่านั้น เมื่อสร้อยขาดแล้วจำเลยยังไม่ทันยึดถือเอาไป ผู้เสียหายก็กุมสร้อยเอาไว้ได้ การที่จำเลยจะยึดถือเอาสร้อยไปยังไม่บรรลุผล การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์เท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลักสายสร้อยคอทองคำและพระเครื่องเลี่ยมทองคำของนางสาวกาบแก้ว แสงจันทรา โดยจำเลยกระชากฉกฉวยจากคอนางสาวกาบแก้วไปซึ่งหน้าโดยทุจริต โดยใช้กำลังประทุษร้ายบีบคอนางสาวกาบแก้ว เพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาเอาทรัพย์ดังกล่าวไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ และยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14 ประกอบด้วย มาตรา 80 จำเลยมีอายุ 18 ปีเศษลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศา