อำนาจผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในการสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้อง ความสมบูรณ์ของฟ้องที่เคลือบคลุม และสถานะผู้เสียหายของโจทก์
ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีอำนาจสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้องได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22 แม้จะมีคำสั่งนัดไต่สวนไว้แล้วก็ตาม ฟ้องที่มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำผิดพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) และผู้ที่ไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงไม
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนและอนุกรรมการกระทำการสอบสวนและบันทึกความเห็นบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้โจทก์ถูกไล่ออกจากราชการ แต่ฟ้องมิได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไรหรือบิดเบือนอย่างไร และโจทก์ฟ้องในข้อหาที่จำเลยไม่รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อสอบสวนเอาผิดแก่ผู้อื่น ซึ่งโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 313/2526นายเชื้อ เพชรช่อโจทก์นายวิญญู อังคณารักษ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 157 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 158 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม การไต่สวนมูลฟ้องเป็นอำนาจของผู้พิพากษานายเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.22 เมื่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเห็นว่าตามที่โจทก์บรรยายฟ้องไม่อาจลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่อ้างได้การไต่สวนมูลฟ้องต่อไปไม่เป็นประโยชน์แก่คดีย่อมมีอำนาจสั่งให้งดการไต่สวนมูลฟ้องได้ แม้ว่ารองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งให้นัดไต่สวนมูลฟ้องไว้แล้วก็ตามฟ้องว่าจำเลยสอบสวนพยานและบันทึกเสนอข้อความบิดเบือนความจริง และบันทึกข้อความนอกสำนวน เมื่อมิได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร บิดเบือนอย่างไร ข้อความใดที่ว่านอกสำนวน จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.ว.อ. มาตรา158(5)การที่จำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนโจทก์กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง ไม่รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อสอบสวนเอาผิดแก่ผู้ร่วมกระทำผิดด้วย โจทก์ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นกรรมการร่วมทำการสอบสวนนายประมวลและโจทก์ในกรณีต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยจำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการ จำเลยได้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐาน แล้วสรุปเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบวิธีปฏิบัติของทางราชการหลายประการ ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นอนุกรรมการคนหนึ่งใน อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้พิจารณาสำนวนการสอบสวนที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ทำขึ้น จำเลยที่ 4 ได้บันทึกความเห็นบิดเบือนข้อเท็จจริงในสำนวนการส