การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเนื่องจากลูกจ้างกระทำผิดวินัย แต่ไม่ใช่ความเสียหายร้ายแรง และนายจ้างไม่ได้ตักเตือนเป็นหนังสือก่อนเลิกจ้าง ชอบด้วยกฎหมายหร
การลงโทษภาคทัณฑ์หรือการทำทัณฑ์บนที่ลูกจ้างทำไว้เป็นเพียงหนังสือของลูกจ้างผู้ให้สัญญาแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีลักษณะเป็นหนังสือตักเตือนของนายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(3) และการกระทำผิดวินัยที่ข้อบังคับของนายจ้างมิได้ถือว่าเป็นความเสียหายร้ายแรง ไม่เข้าข้อยกเว้นการจ่ายค่าชดเชย
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 90 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้ายพร้อมดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2524
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เคยถูกภาคทัณฑ์ฐานขับรถประมาท ต่อมาขับรถประมาทอีกครั้งเกิดความเสียหาย จำเลยเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย อ้างว่าเคยภาคทัณฑ์เป็นการตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว แต่ศาลเห็นว่าการภาคทัณฑ์ไม่ใช่หนังสือตักเตือนของนายจ้าง และข้อบังคับของจำเลยไม่ถือว่าการกระทำเป็นความเสียหายร้ายแรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2526นายเสน่ห์ ดวงทอง โดย นาย ประเทือง ยะคะเสม ผู้รับมอบอำนาจโจทก์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47(3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54หนังสือของโจทก์ผู้ให้สัญญาแต่ฝ่ายเดียวเพื่อรับทราบการลงโทษและทำทัณฑ์บนไว้ต่อจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเนื่องในการที่โจทก์ขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดความเสียหายแก่จำเลยถือไม่ได้ว่ามีลักษณะเป็นหนังสือตักเตือนของจำเลย การที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ประมาทเลินเล่ออีกซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยแต่ตามข้อบังคับของจำเลยมิได้ถือว่าเป็นความเสียหายร้ายแรง จำเลยจึงจะเลิกจ้างโจทก์และไม่จ่ายค่าชดเชยโดยมิได้มีการตักเตือนเป็นหนังสือก่อนหาได้ไม่ ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย90วันของค่าจ้างอัตราสุดท้ายจึงเท่ากับได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วว่าโจทก์ได้ทำงานติดต่อกันถึงวันเลิกจ้างครบ1ปีฉะนั้นการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าอายุการทำงานของโจทก์ถึงวันเลิกจ้างไม่ครบ1ปีจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2524จำเลยสั่งพักงานโจทก์เพื่อสอบสวนกรณีรถโดยสารที่โจทก์ขับถูกชนได้รับความเสียหาย และต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2524 จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เคยกระทำผิดและถูกลงโทษภาคทัณฑ์มาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อโจทก์กระทำผิดโดยขับรถประมาทเป็นเหตุให้รถเกิดเหตุชนกันขึ้นในครั้งหลั