ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1964/2526

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1964/2526นายเดด หมุดเบ็ญเต๊ะโจทก์นายแอ หมุดเบ็ญเต๊ะ กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ที่พิพาทสินสมรสซึ่งเป็นสินบริคณห์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1462 เดิมสามีย่อมมีสิทธิจัดการสินบริคณห์รวมทั้งฟ้องคดีด้วย ตามพระราชบัญญัติ ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 โดยไม่ต้องได้รับ ความยินยอมจากภรรยาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่นาพิพาทกับที่ดินสวนยางพาราที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยที่ 1 จัดการโอนนาพิพาทให้โจทก์เพราะจำเลยที่ 1 ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วนั้น เมื่อที่นาพิพาทไม่ได้เป็นของจำเลยที่ 1 ยังเป็นของโจทก์อยู่ จึงไม่อาจบังคับให้โอนที่นาพิพาทให้โจทก์ ให้ยกคำขอส่วนนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นพี่ทั้งบิดาและมารดาต่างถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว จำเลยที่ 2เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 ที่นาและสวนยางพิพาทเดิมเป็นของบิดา ปัญหาวินิจฉัยมีว่าที่นาและสวนยางพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์นายหะยีเหย็บ ยีหมัดอาลี และนายเจ๊ะหมาด เก็บบิลหมาน เบิกความว่าเมื่อบิดาโจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมได้มีการแบ่งทรัพย์มรดก โดยโต๊ะอิหม่ามประจำหมู่บ้านเป็นผู้จัดการแบ่ง ที่นาแปลงที่อยู่หมู่ที่ 2 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ได้แบ่งกันคนละครึ่งระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้ส่วนทางทิศเหนือ จำเลยที่ 1 ได้ส่วนทางทิศใต้ สวนยางพิพาทก็แบ่งให้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 ได้ที่ดินแปลงอื่น โจทก์ได้ครอบครอง