ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2333/2526บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78, บัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12บริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าในการให้กู้ยืมเงินโจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิและเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบการสงเคราะห์ผู้ถือหุ้น โจทก์ไม่ได้ให้ลูกค้าของโจทก์หรือบุคคลภายนอกกู้ยืมแต่อย่างใด การที่โจทก์ให้ผู้ถือหุ้นของโจทก์กู้ยืมเงินเป็นเรื่องโจทก์ให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้นของโจทก์ อันเป็นเรื่องกิจการภายในของโจทก์โดยแท้ไม่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการค้ากับบุคคลภายนอก จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้แจ้งประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระภาษีการค้าและเบี้ยปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 929,012.37 บาท โดยอ้างว่าโจทก์กู้เงินธนาคารนำมาให้ผู้ถือหุ้นกู้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ถือว่าโจทก์ดำเนินกิจการเยี่ยงธนาคาร จึงต้องนำรายรับจากดอกเบี้ยมาชำระภาษีการค้าตามประเภทการค้า 12 แห่งประมวลรัษฎากรพร้อมทั้งเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 ทวิ อีกร้อยละ 1 ต่อเดือน โจทก์เห็นว่าการประเมินดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงอุทธรณ์ไปยังจำเลยที่ 2 โจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งวินิจฉัยว่า การประเมินของจำเลยที่ 1 ถูกต้องแล้ว แต่มีเหตุอันควรผ่อนผันจึงลดเบี้ยปรับลง โจทก์เห็นว่าการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ถูกต้องเพราะวัตถุประสงค์ของโจทก์เป็นการให้สวัสดิการและสงเคราะห์แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกจากผู้กู้ก็ไม่ได้สูงกว่าที่โจทก์เสียให้แก่ธนาคารเสมอไ