ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059 - 3060/2516

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059 - 3060/2516นางนวลแก้ว อารีกูล โดยนายทองแก้ว อารีกูลโจทก์ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 1, นางจันทอง สองนาม ที่ 2โจทก์นางเลี่ยง ยะถาวรจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทจากจำเลยอ้างว่าเป็นมรดกของมารดาตกได้แก่โจทก์จำเลยร่วมกัน จำเลยให้การว่ามารดายกที่พิพาทให้จำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยครอบครองเพื่อตนมากว่า 10 ปีแล้ว ที่พิพาทมิใช่มรดกอันจะตกไปยังโจทก์จำเลย เท่ากับจำเลยปฏิเสธว่าที่พิพาทมิใช่มรดกของมารดา เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองอยู่. จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1369,1372 ว่า มีสิทธิครอบครอง โจทก์กล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นมรดกของมารดา จึงมีหน้าที่นำสืบก่อนว่าที่พิพาทเป็นมรดกตามกฎหมายโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่ศาลชั้นต้นกลับกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน แม้จำเลยจะไม่คัดค้าน เมื่อไม่มีการสืบพยานศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไปทีเดียวไม่ได้ เพราะการที่ศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายใดชนะคดีโดยถือหน้าที่นำสืบเป็นหลักนั้น ต้องถือตามหน้าที่นำสืบที่ถูกต้องตามกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นบุตรของนายช่วงกับนางแดง แก้วชนะ ซึ่งวายชนม์ไปแล้ว โดยนางแดงได้วายชนม์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2513 นางแดงเป็นเจ้าของที่ดิน 3 แปลงอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลพิจิตร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีราคารวมทั้งสิ้นประมาณ 15,000 บาท อันตกได้แก่โจทก์และจำเลยคนละส่วนเท่ากัน ทายาทอื่นไม่ติดใจเกี่ยวข้องกับมรดกนี้ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2514 โจทก์ทั้งสองได้ขอให้จำเลยแบ่งมรดกแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยอ้างว่าที่ดินทั้ง 3 แปลงนั้นเป็นของจำเลย ไม่ยอมแบ่ง จึงขอให้พิพากษาว่า ที่ดินทั้ง 3 แปลงเป็นมรดกของนางแดง แก้วชนะ