ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2525

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 50(2) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้
  • มาตรา 4(3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้
  • มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2525พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายเจ็ง ศุภพิพัฒน์จำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 4, ม. 48, ม. 50 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 การไสไม้ ตัดไม้ บังใบ แม้จะกระทำต่อไม้ที่แปรรูปแล้ว แต่ก็ย่อมทำให้รูปและขนาดของไม้เปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อย จึงเป็นการแปรรูปไม้ตามกฎหมายแม้จำเลยจะได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานไสไม้และซอยไม้จากกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 แต่เมื่อโรงงานของจำเลยตั้งอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2482 มาตรา 48 ซึ่งแก้ไขแล้ว คือจำเลยจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้เพื่อการค้า โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยมีไม้เต็งและไม้แดงปริมาตร 10.368 ลูกบาศก์เมตร ที่ยังมิได้แปรรูปและไม่มีรอยตรา ค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายประทับอยู่ในความครอบครองโดยจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม้นั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้นำไม้ดังกล่าวมาจากที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือจำเลยรับไม้หวงห้ามดังกล่าวจากผู้ซึ่งได้มาโดยการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 47, 48, 69, 70, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ฯลฯ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69 ลงโทษจำคุก 5 ปี รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในห้าา คงจำคุก 4 ปี และมีความผิดตามมาตรา 48 ประกอบ