การเลิกจ้างลูกจ้างฐานหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงานตามข้อบังคับของนายจ้าง ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกา
การที่ลูกจ้างหย่อนสมรรถภาพและมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานอยู่เนือง ๆ มิใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน การเลิกจ้างในกรณีดังกล่าวจึงไม่เข้าข้อยกเว้นการจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ยังขาดแก่โจทก์ 3,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยมีข้อบังคับให้อำนาจผู้จัดการเลิกจ้างพนักงานเมื่อเห็นว่าผู้นั้นหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงานหรือมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานอยู่เนือง ๆ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าว โดยอ้างว่าโจทก์หย่อนสมรรถภาพและบกพร่องในการทำงาน แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2725/2525นายชำนาญ โสตประเสริฐโจทก์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)เมื่อจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ฐานหย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติงานและมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานอยู่เนือง ๆ ตามข้อบังคับของจำเลยที่ให้อำนาจผู้จัดการเลิกจ้างพนักงานในกรณีดังกล่าวได้ ดังนี้ การที่โจทก์หย่อนสมรรถภาพและมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานจึงมิใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ถือไม่ได้ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างในกรณีฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47(3)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะหย่อนสมรรถภาพโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เพียง 5,000 บาท ยังขาดอีก 3,550 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 3,550 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ยในเงินทั้งสองจำนวนตามกฎหมายจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบการทำงานของจำเลยโดยละทิ้งหน้าที่หลบหลีกงานอยู่เป็นประจำและไม่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย จำเลยได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้วโจทก์ยังคงประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยอีกหลายครั้ง จำเลยจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานพนักงานตรวจแรงงานได้ทำการไกล่เกลี่ย จำเลยเห็นสมควรจึงจ่ายเป็นการช่วยเหลือตามหน้าที่ศีลธรรมแก่โจทก์ 5,000 บาท จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า หนังสือทัณฑ์บนและถ้อยคำเป็นหน