อำนาจฟ้องของกรมแรงงานในการเรียกเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มจากนายจ้างต่อศาล เมื่อมีประกาศของคณะปฏิวัติให้อำนาจทางปกครองแก่ อธิบดีกรมแรงงาน
การให้อำนาจพิเศษทางปกครองแก่อธิบดีกรมแรงงานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 10 มิได้ตัดสิทธิกรมแรงงานที่จะเสนอคดีต่อศาล กรมแรงงานจึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินสมทบและเงินเพิ่มได้
พิพากษากลับ ให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
จำเลยค้างชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี พ.ศ. 2523 ถึง 2525 และเงินเพิ่ม โจทก์ทวงถามหลายครั้งแล้วจำเลยไม่ชำระ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2525กรมแรงงานโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามเยนเนอรัลมอเตอร์เซอร์วิสจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 10นายจ้างค้างชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มกรมแรงงานทวงถามแล้วก็ไม่ชำระ ดังนี้ ย่อมมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 31 แล้ว แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 10 จะกำหนดให้อธิบดีกรมแรงงานมีอำนาจออกคำสั่งให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ไม่จ่ายเงินสมทบ และหรือเงินเพิ่มเอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดชำระเงินที่ค้างจ่ายได้ ก็เป็นเรื่องให้อำนาจพิเศษแก่อธิบดีกรมแรงงาน มิใช่เพื่อตัดสิทธิกรมแรงงานที่จะเสนอคดีต่อศาล กรมแรงงานมีอำนาจฟ้องเรียกเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มจากนายจ้างได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนแต่จำเลยไม่ชำระเงินสมทบประจำปี พ.ศ. 2523 ถึง 2525 โจทก์ทวงถามหลายครั้งแล้วจำเลยก็ไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินสมทบเงินทดแทนดังกล่าวพร้อมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า เป็นอำนาจของอธิบดีกรมแรงงานที่จะบังคับคดีเอากับทรัพย์สินของผู้ไม่จ่ายเงินสมทบหรือเงินเพิ่มอยู่แล้ว ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16มีนาคม 2515 ไม่รับฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยค้างชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มแก่กรมแรงงานโจทก์โจทก์ได้ทวงถามหลายครั้ง จำเลยไม่ชำระ ดังนี้ ย่อมมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่