ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2849/2525

ประเด็นกฎหมาย

การหลับยามครั้งแรกโดยไม่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ไม่เป็นกรณีร้ายแรงที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย แม้เคยถูกตักเตือนในความผิดอื่นมาก่อน

หลักกฎหมาย

การหลับยามครั้งแรกโดยไม่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ไม่เป็นกรณีร้ายแรงที่นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และความผิดที่เคยถูกตักเตือนมาก่อนซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ไม่ถือเป็นเหตุให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างเป็นยามรักษาความปลอดภัย หลับยามเป็นครั้งแรก ไม่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย นายจ้างลงโทษยามอื่นที่กระทำผิดเดียวกันเพียงตัดค่าแรงและตักเตือน แต่เลิกจ้างลูกจ้างเพราะเคยถูกตักเตือนในความผิดอื่นมาก่อน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2849/2525นายสมจิต เทพรักษาโจทก์บริษัทไทยทรีคอท จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46, ข้อ 47ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยหลับยาม แต่เป็นการกระทำผิดครั้งแรกและมิได้ทำให้ทรัพย์สินของนายจ้างเสียหายยามคนอื่นที่หลับยามเช่นเดียวกันก็ถูกลงโทษเพียงตัดค่าแรงงานและมีหนังสือตักเตือนเท่านั้น การหลับยามจึงไม่เป็นกรณีร้ายแรงที่นายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชยแม้ลูกจ้างเคยกระทำผิดวินัยตามระเบียบของนายจ้างและถูกตักเตือนเป็นหนังสือมาครั้งหนึ่งแล้วมากระทำผิดวินัยข้อเดียวกันนั้นอีก แต่มิใช่เรื่องเดียวกันกล่าวคือความผิดครั้งก่อนเป็นเรื่องปล่อยให้บุคคลนำอาหารเข้าไปรับประทานในโรงงานครั้งนี้เป็นเรื่องหลับยามดังนี้นายจ้างยังหามีสิทธิเลิกจ้างได้ทันทีไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินประกัน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยแถลงต่อสู้คดีว่า โจทก์กระทำผิดข้อบังคับของจำเลย จำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โจทก์กระทำผิดอีก จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยหลับยาม นายวรชัย ลัดหลวง พยานจำเลย หัวหน้าแผนกบุคคลของจำเลยเบิกความว่าโจทก์หลับยามเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เคยกระทำผิดมาก่อนและหลับยามเช่นโจทก์หากพบเห็นเข้าครั้งแรกจำเลยจะยังไม่เลิกจ้างแต่จะลงโทษอย่างอื่น และตักเตือนเป็นหนังสือ ในคืนนั้นนอกจากโจทก์แล้วมียามอื่นอีก 3 คนที่ห