ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2525

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าการกระทำของลูกจ้างที่ปิดประกาศข้อความดูหมิ่นผู้จัดการโรงงาน ซึ่งนายจ้างอ้างว่าเป็นตัวแทนของตน เข้าข้อยกเว้นที่นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค

หลักกฎหมาย

ผู้ที่กล่าวอ้างว่าบุคคลใดเป็นตัวแทนของตนย่อมมีภาระการพิสูจน์ในข้อนั้น การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่านายอรุณเป็นตัวแทนของจำเลยโดยไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอจึงไม่ชอบ และถึงแม้นายอรุณจะเป็นตัวแทน การกระทำของโจทก์ที่ปิดประกาศดูหมิ่นนายอรุณเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับนายอรุณโดยตรง ไม่ใช่การจงใจทำให้นายจ้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาปัญหาที่ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลยและเข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1)-(3) หรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ปิดประกาศข้อความดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา จำเลยให้การว่าโจทก์กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างและฝ่าฝืนข้อบังคับอย่างร้ายแรง โดยปิดประกาศมีเจตนาให้นายอรุณ ผู้จัดการโรงงาน ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้รับความเสียหาย โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน เพียงอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2525นายชาญ คงเมืองโจทก์บริษัทสุรามหาคุณ จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 177, ม. 240 (2), ม. 243 (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 56 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 47(1), ข้อ 47(2), ข้อ 47(3)จำเลยเพียงให้การว่าโจทก์ปิดประกาศข้อความโดยมีเจตนาที่จะให้ อ. ผู้จัดการโรงงานซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบว่า อ. เป็นตัวแทนของจำเลย เมื่อโจทก์จำเลยต่างไม่ติดใจสืบพยานและข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่า อ. เป็นผู้จัดการโรงงานของจำเลยเท่านั้น ไม่ได้ความว่าได้รับมอบหมายให้กระทำการหรือมีอำนาจหน้าที่อย่างใด บ้างอันจะถือว่าเป็นตัวแทนของจำเลย ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าอ. เป็นตัวแทนของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบและถึงแม้อ. จะเป็นตัวแทนของจำเลย ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับอ. เท่านั้น แต่เมื่อจำเลยให้การไว้ด้วยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเป็นความผิดตามข้อบังคับของโจทก์ด้วย จำเลยจึงอาจเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ และศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยปัญหานี้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานในฐานกระทำผิดวินัยเพราะเหตุโจทก์ปิดประกาศข้อความอันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้บังคับบัญชา ซึ่งมิใช่เป็นการปลดโจทก์ในกรณีใดกรณีหนึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 จำเลยจึงต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยโบนัส และบำเหน็จให้แก่โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย โบนัส บำเหน็จพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันปลด