หนังสือแจ้งให้ลูกจ้างจัดการหนี้สิน มิใช่หนังสือตักเตือนตามกฎหมาย นายจ้างจึงเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้
หนังสือตักเตือนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ต้องเป็นกรณีนายจ้างตักเตือนลูกจ้างที่กระทำผิดฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างมิให้กระทำผิดซ้ำอีก หากกระทำจะถูกลงโทษ หนังสือที่แจ้งให้ลูกจ้างจัดการหนี้สินโดยมิได้ตักเตือนมิให้กระทำผิดซ้ำอีก
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
ลูกจ้างมีหนี้สินรุงรัง เจ้าหนี้มาทวงถามถึงที่ทำงาน นายจ้างมีหนังสือให้ลูกจ้างจัดการหนี้สิน มิฉะนั้นจะพิจารณาโทษ ต่อมาเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย หนังสือดังกล่าวไม่ใช่หนังสือตักเตือนตามกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 863/2529นาง บังอร พงษ์กล้าศึกโจทก์ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47 (3)ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่าพนักงานหรือลูกจ้างที่มีหนี้สินรุงรังเป็นผู้กระทำผิดวินัยโจทก์เป็นหนี้บุคคลอื่นจำเลยจึงมีหนังสือถึงโจทก์มีข้อความว่าโจทก์เป็นหนี้บุคคลอื่นให้รีบจัดการในเรื่องหนี้สินเสียมิฉะนั้นจะพิจารณาโทษหนังสือดังกล่าวไม่ใช่หนังสือตักเตือนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน.ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ 1ประจำอยู่สาขานครราชสีมา ทำหน้าที่พนักงานพิมพ์ดีด โจทก์มีหนี้สินรุงรัง เคยมีเจ้าหนี้มาทวงถามหนี้สินถึงที่ทำงาน จำเลยที่ 1 จึงมีหนังสือถึงโจทก์เกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน แต่โจทก์ก็ยังไม่จัดการเรื่องหนี้สินให้เสร็จสิ้นไป จำเลยที่ 1 จึงได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้สำหรับปัญหาที่ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะถือได้ว่ามีหนังสือตักเตือนแล้ว กรณีเข้าข้อยกเว้นตามข้อ 47(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานหรือไม่นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างข้อ 3(10) กำหนดว่า พนักงานหรือลูกจ้างที่มีหนี้สินรุงรังเป็นผู้กระทำผิดวินัย แต่การกระทำผิดวินัยกรณีดังกล่าวมิใช่เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5 ของข้อบังคับเดียวกันนี้ ฉะนั้นการที่โจทก์มีหนี้สินรุงรังจึงถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยที่ 1 แต่ก็มิใช่กรณีร้ายแรงอันจะทำให้จำเลยที่ 1เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เว้น