การเลิกจ้างโดยไม่มีการสอบสวนตามที่ลูกจ้างอ้างว่าต้องทำนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และนายจ้างมีอำนาจลงโทษเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่
การสอบสวนทางวินัยและการลงโทษทางวินัยมีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างไปจากการสอบสวนและการลงโทษในคดีอาญา เมื่อทางสอบสวนได้ความว่าลูกจ้างกระทำผิดวินัย แม้มิใช่ด้วยมูลโดยตรงที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายจ้างย่อมมีอำนาจสั่งลงโทษลูกจ้างได้
พิพากษายืน (ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้อง)
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมิได้ทำการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้ความว่ามีกฎหมายและข้อบังคับตามที่โจทก์อ้าง จำเลยให้การว่าโจทก์จงใจและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้จำเลยเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617 - 3618/2525นายศศิพงษ์ แสงชื่น กับพวกโจทก์องค์การคลังสินค้าจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47เมื่อโจทก์อ้างว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยมิได้ทำการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้ความว่ามีกฎหมายและข้อบังคับตามที่โจทก์อ้างโจทก์จะถือเอาความควรหรือไม่ควรโดยให้อนุโลมเอากฎหมายหรือข้อบังคับอื่นซึ่งมิได้ใช้บังคับแก่กรณีของโจทก์มาใช้หาได้ไม่ส่วนการสอบสวนทางวินัยและการลงโทษทางวินัยก็มีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างไปจากการสอบสวนและลงโทษในคดีอาญา ดังนั้นเมื่อสอบสวนได้ความว่าโจทก์กระทำผิดวินัย แม้จะมิใช่ด้วยมูลโดยตรงที่ตั้งกรรมการสอบสวนก็ตาม จำเลยก็มีอำนาจลงโทษเลิกจ้างโจทก์ได้โดยมิต้องจ่ายค่าชดเชยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งไม่เป็นความจริง คำสั่งของจำเลยที่เลิกจ้างโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าขณะถูกเลิกจ้าง หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยโบนัส บำเหน็จสินจ้างที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า กับค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของจำเลยแล้ว เพราะโจทก์จงใจและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้จำเลยเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างทำความเห็นแย้งโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับจำเลยหาได้กำหนดวิธีการสอบสวนว่าจะต้องกระทำการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามอุทธรณ์โจทก์ไม่ โจทก์จะถือเอาตามควรหรือไม่ควรโดยให้อนุโลมเอากฎหมายและข้อบังคับอื่นซึ่งมิได้ใช้บังคับแก่กรณ