การเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเนื่องจากการเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงงานอันเกิดจากความผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ถือเป็นการเลิกจ้างของนายจ้างและต้องรับผ
เมื่อใบอนุญาตประกอบกิจการถูกเพิกถอนเพราะความผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการของนายจ้าง มิใช่ความผิดของทางราชการ การที่ลูกจ้างต้องออกจากงานจึงถือเป็นการเลิกจ้างของนายจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 2(5), 8 ลงโทษปรับ 5,000 บาท พิพากษายืน
จำเลยเป็นเจ้าของโรงเลื่อยจักรเขมราฐ มีลูกจ้างประจำชื่อ ส. กับพวก ซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปี ต่อมาใบอนุญาตตั้งโรงงานของจำเลยถูกสั่งพักใช้และเพิกถอนเนื่องจาก บ. หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ จำเลยเลิกจ้าง ส. กับพวกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2524พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรเขมราฐฯจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 2, ข้อ 8 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) ประกาศวันที่ 13 มิถุนายน 2517 ข้อ 1เหตุที่ใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ด้วยเครื่องจักรของห้างจำเลยถูกสั่งพักใช้และถูกสั่งให้เพิกถอนก็เนื่องมาจากหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ มิใช่เป็นความผิดของทางราชการ ดังนั้น การที่คนงานทั้งหมดต้องออกจากงานจึงเป็นการกระทำของจำเลยและถือได้ว่าจำเลยเลิกจ้างคนงานทั้งหมดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเลื่อยจักรเขมราฐ ส. กับพวกเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ทำงานในโรงเลื่อยจักรเขมราฐติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ซึ่งถ้าเลิกจ้างจำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน จำเลยได้เลิกจ้างโดยให้ ส. กับพวกออกจากงานแต่จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกตามความในข้อ 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ข้อ 2, 8จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้เพราะทางราชการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ด้วยเครื่องจักร การเลิกจ้างจึงไม่ใช่ความผิดของจำเลยพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ข้อ 2(5), 8 ลงโทษปรับจำเลย 5,000 บาท จำเลยฎีกาศาลฎี