ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2524

ประเด็นกฎหมาย

การย้ายลูกจ้างไปทำงานในบริษัทในเครือเป็นการเลิกจ้างหรือไม่ และค่าพาหนะกับค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายประจำเป็นค่าจ้างหรือไม่ รวมถึงสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวัน

หลักกฎหมาย

การย้ายลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่น แม้เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน หากเป็นการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะจ้างต่อไป ถือเป็นการเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย เงินที่จ่ายเป็นประจำทุกเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นการตอบแทนการทำงาน ถือเป็นค่าจ้าง แม้เรียกชื่ออย่างอื่น และลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปีมีสิทธิหยุดพักผ

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย 40,500 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 6,300 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยย้ายโจทก์ไปทำงานที่บริษัท ท. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก เนื่องจากไม่พอใจผลงาน โจทก์ต้องทำสัญญาจ้างใหม่ โดยไม่มีข้อตกลงให้นับระยะเวลาทำงานต่อเนื่อง จำเลยจ่ายค่าพาหนะและค่าคอมมิชชั่นเป็นประจำทุกเดือนตั้งแต่เริ่มทำงานจนเลิกจ้าง โจทก์ทำงานตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2522 ถึง 1 ตุลาคม 2523 และไม่เคยใช

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2524นายสุนทร รัตนเกื้อกังวานโจทก์บริษัทลักซ์โซ (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 45, ข้อ 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ข้อ 2เหตุที่จำเลยย้ายโจทก์ไปทำงานที่บริษัทอื่นก็เนื่องมา จากจำเลยไม่พอใจผลงานของโจทก์ แม้บริษัทนั้นจะอยู่ในเครือเดียวกันกับจำเลยแต่ก็เป็นนิติบุคคลต่างหากจากกันในการเข้าทำงานโจทก์ก็ต้องทำสัญญาเป็นการตกลงจ้างกันใหม่ การย้ายดังกล่าวจึงเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ไม่ประสงค์จะจ้างโจทก์ต่อไปหรือให้โจทก์ออกจากงาน ถึงหากโจทก์จะสมัครใจทำงานใหม่ก็เป็นการสมัครใจหลังจากที่จำเลยไม่ประสงค์จะจ้างโจทก์ต่อไปแล้วและหาได้มีข้อความใดเป็นการตกลงให้นับระยะเวลาทำงานกับจำเลยต่อเนื่องกับระยะเวลาทำงานกับบริษัทใหม่ไม่ จึงมิใช่เป็นการสมัครใจย้ายที่ทำงานของโจทก์ หากเป็นผลจากการเลิกจ้างของจำเลย โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยจากจำเลยเมื่อจำเลยจ่ายค่าพาหนะและค่าคอมมิชชั่นให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือน มิใช่เป็นครั้งคราว หรือโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าหากโจทก์มิได้ไปติดต่อลูกค้านอกสถานที่ทำงานจะไม่ได้รับค่าพาหนะและค่าคอมมิชชั่น และจำเลยได้จ่ายเช่นนี้มาตั้งแต่โจทก์เข้าทำงานจนเลิกจ้างจึงถือได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นการตอบแทนการทำงาน อันเป็นค่าจ้างเพียงแต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นเท่านั้น จึงต้องนำเงินนี้มารวมกับเงินเดือนเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยด้วยข้อบังคับของจำเลยมีความว่า พนักงานที่ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี มีสิทธิพักผ่อนประจำปี โดยได้รับค่าจ้างเต็ม วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ ได้ใช้จะเก็บสะสมไว้ในปีต่อไ