การเลื่อนเงินเดือนในปีที่เกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือไม่ และ
การเลื่อนเงินเดือนในวันสุดท้ายของปีงบประมาณตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ มาตรา 31 วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับเงินเดือนที่เลื่อน แต่ให้ถือเสมือนเป็นเงินเดือนเดิม ดังนั้นเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นเพียงสิทธิ ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน ไม่ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 2 และคำว่า "ค่าจ้างอัต
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 87,780 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 49,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันที่โจทก์ทั้งสองออกจากงานจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2524
พนักงานรถไฟเกษียณอายุ ได้รับการเลื่อนเงินเดือนอีก 1 ขั้นในปีที่เกษียณตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยเงินเดือนที่เลื่อนใช้คำนวณบำนาญแต่ไม่ได้จ่ายจริงเป็นค่าจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2524นายประพันธ์ วีรวัฒน์ กับพวกโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 207, ม. 221, ม. 330 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม. 31การที่พนักงานรถไฟได้รับการพิจารณาบำเหน็จความชอบประจำปีอีก 1 ขั้นในปีที่เกษียณอายุโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้น โดยที่พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 31 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วบัญญัติไว้ในวรรคสองว่า การเลื่อนเงินเดือนในวันสุดท้ายของปีงบประมาณนั้นไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับเงินเดือนที่ได้เลื่อน แต่เงินเดือนที่ได้เลื่อนให้ถือเสมือนว่าเป็นเงินเดือนเดิม อัตราเงินเดือนที่ได้เพิ่มขึ้นในวันสุดท้ายที่เกษียณอายุจึงเป็นแต่เพียงสิทธิ ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างตามความในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและจะนำมาคำนวณค่าชดเชยไม่ได้เพราะคำว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย.ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้นมุ่งหมายถึงค่าจ้างครั้งสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับตามความเป็นจริงการที่จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับชำระโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้โจทก์จึงตกเป็นผู้ผิดนัด ไม่มีสิทธิที่จะเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันที่จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นพนักงานประจำ จำเลยทั้งสองให้โจทก์ออกจากงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2522 และวันที่ 1 ตุลาคม 2521 ก่อนออกจากงานโจทก์ทั้งสองได้รับค่าจ้างเดือนละ 14,630 บาท และ 8,250 บาทตามลำดับกับได้พิจารณาบำเหน็จความชอบประจำปีที่ออกจากงานโดยได้เลื่อนเงินเดือนอีกคนละ