เงินเพิ่มพิเศษทางทะเล เงินเพิ่มพิเศษค่าทำงานรอบกลางคืน เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ และเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน เป็นค่าจ้างหรือไม่ และต้องนำไปรวมคำนวณค่าชด
เงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ส่วนเงินที่จ่ายเป็นสวัสดิการหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ไม่ใช่การตอบแทนการทำงาน ไม่ถือเป็นค่าจ้าง
ให้ถือว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายอันจะนำมาเป็นฐานคำนวณค่าชดเชยคือ ค่าจ้าง ค่าครองชีพ เงินเพิ่มพิเศษทางทะเล และเงินเพิ่มพิเศษค่าทำงานเข้าผลัดหมุนเวียนในรอบกลางคืน ส่วนเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านไม่ใช่ค่าจ้าง
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำงานบนเรือขุดแร่ในทะเล ได้รับเงินเพิ่มพิเศษทางทะเล เงินเพิ่มพิเศษค่าทำงานรอบกลางคืน เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ และเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างเกษียณอายุ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2524นายประดิษฐ์ แซ่จึ่ง กับพวกโจทก์บริษัทอ่าวขามไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ข้อ 2 ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 177โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำโดยให้ทำงานที่เรือขุดแร่ในทะเล โดยจำเลยให้เงินเพิ่มพิเศษทางทะเลแก่โจทก์ จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธความข้อนี้และปรากฏว่าเงินเพิ่มพิเศษนี้เป็นการช่วยเหลือพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานประจำในทะเล แสดงว่าเป็นเงินซึ่งจ่ายเพิ่มให้แก่ค่าจ้างปกติเพราะเหตุที่ต้องไปปฏิบัติงานประจำอยู่ในทะเลจึงเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานปกติของวันทำงาน นับว่าเป็น 'ค่าจ้าง' แม้จำเลยจะให้การว่า เงินเพิ่มพิเศษนี้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในขณะปฏิบัติงานอยู่เท่านั้นและคู่ความรับกันว่านอกจากคนงานในเรือขุดยังมีคนงานปฏิบัติหน้าที่อยู่บนบก คนงานในเรือขุดอาจถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่บนบกได้ก็ตาม ก็ไม่ลบล้างข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์เป็นคนงานจำพวกที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ในทะเลนั่นเอง และเงินเพิ่มพิเศษค่าทำงานรอบกลางคืนอันเป็นผลต่อเนื่องจากการทำงานในเรือขุด จำเลยก็มิได้ให้การปฏิเสธเช่นกันจึงต้องนำเงินทั้งสองประเภทนี้ไปรวมกับค่าจ้างปกติเพื่อใช้เป็นฐานคำนวณค่าชดเชยด้วยแม้ตามข้อบังคับของจำเลยจะระบุว่า เงินช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นการจ่ายเพื่อสวัสดิการนอกเหนือจากค่าจ้างปกติ และตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างก็ว่า เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการครองชีพในปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม การที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ นั้นย่อมทำให้จำเลยแลเห็นได้เองว่าค่าจ้างที่จำ