ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2524

ประเด็นกฎหมาย

การสั่งให้ลูกจ้างไปช่วยงานชั่วคราวถือเป็นการเลิกจ้างหรือไม่ และลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

หลักกฎหมาย

ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งย่อมดำรงตำแหน่งตลอดไปจนกว่าผู้มีอำนาจจะสั่งถอดถอนหรือให้พ้นจากตำแหน่ง การสั่งให้ไปช่วยงานชั่วคราวไม่ทำให้พ้นจากตำแหน่งทันที

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วันแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการของจำเลยตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2519 ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2521 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งให้โจทก์ไปช่วยงานกระทรวงคมนาคม และวันที่ 24 กรกฎาคม 2522 มีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่ง จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2524นายถมทวี หทโยดมโจทก์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ข้อ 2โจทก์เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของจำเลยย่อมจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวตลอดไป จนกว่าผู้มีอำนาจที่จะสั่งได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับได้สั่งถอดถอนหรือให้พ้นจากตำแหน่งไป การที่โจทก์เพียงแต่ถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งให้ไปช่วยงานกระทรวงคมนาคม เป็นเพียงการที่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมชั่วคราวเท่านั้น หาทำให้พ้นจากตำแหน่งไปทันทีไม่โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2519 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2522 จำเลยจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เหตุที่โจทก์ต้องพ้นจากตำแหน่งไป เนื่องจากโจทก์จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยเสียหายและมิใช่เป็นการเลิกจ้างของจำเลยเพราะการพ้นจากตำแหน่งของโจทก์เป็นคำสั่งของฝ่ายบริหารให้โจทก์พ้นจากหน้าที่ไปทำงานอยู่ที่กระทรวงคมนาคม และต่อมาก็พ้นตำแหน่งไป จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ถึงหากจะฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจริง โจทก์ก็มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพียง 90 วัน เพราะเข้าทำงานเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2519พ้นหน้าที่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2521 รวมวันทำงานของโจทก์เพียง2 ปี 8 เดือนศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยการกระทำของโจทก์ไม่เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย รัฐ