การเลิกจ้างเพราะเป็นผู้มีมลทินมัวหมอง ถือเป็นการเลิกจ้างเพราะจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามข้อ 47(2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแ
การเลิกจ้างเพราะเป็นผู้มีมลทินมัวหมอง มิใช่เพราะกระทำผิดตามข้อกล่าวหา ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างเพราะจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามข้อ 47(2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ อันจำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาเกินกว่าคำขอบังคับได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศา
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 18,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์มีมลทินมัวหมอง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าประพฤติตนไม่สมควร แอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ไปเรียกและรับค่าตอบแทนในการวิ่งเต้นช่วยเหลือบุคคลเข้าเป็นพนักงานธนาคารออมสิน แต่ตามทางสอบสวนไม่ได้ความว่าโจทก์ได้เรียกและรับค่าตอบแทนตามข้อกล่าวหา จำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2524นายอุดม ห้อยประเวชโจทก์ธนาคารออมสินจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 46, ข้อ 47(2) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2522 ข้อ 2 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 52โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเป็นผู้มีมลทินมัวหมอง มิใช่เพราะกระทำผิดตามข้อกล่าวหาว่า ประพฤติตนไม่สมควร แอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ไปเรียกและรับค่าตอบแทนในการวิ่งเต้นช่วยเหลือบุคคลเข้าเป็นพนักงาน ติดต่อกับพนักงานอื่นให้ช่วยเหลือบุคคลเข้าทำงานโดยจะให้เงินเป็นค่าตอบแทน ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามข้อ 47(2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ อันจำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ศาลแรงงานเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความย่อมมีอำนาจพิพากษาเกินกว่าคำขอบังคับได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 52 ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องขอค่าชดเชยมา 18,120 บาท อันเป็นการคำนวณผิดพลาด โดยโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน 18,180 บาท การที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรและพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ 18,180 บาท จึงเป็นการชอบแล้วโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน อ้างว่าโจทก์มีมลทินมัวหมองและไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 18,120 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากได้รับรายงานว่าโจทก์ประพฤติตนไม่สมควร อ้างชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงเรียกเงินจากผู้ประสงค์จะเ