ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2754/2524

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าการที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานแม้จะต่อสู้คดีถือเป็นการลุแก่โทษอันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่ และปัญหาว่าโจทก์ต้

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ แม้ให้การต่อสู้คดีตลอดมาก็ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 และโจทก์ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าระวางบรรทุกเรือของกลางเท่าใด เพราะไม่ใช่องค์ประกอบของความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

พนักงานศุลกากรยึดเรือและยางของกลางได้โดยไม่มีตัวผู้ต้องหา ไม่มีพยานโจทก์คนใดรู้ตัวผู้กระทำผิด จำเลยทั้งเก้าต่างสมัครใจเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานถึงสองครั้ง และให้การต่อสู้คดีตลอดมา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2754/2524อัยการสตูลโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานบีฮุ้นกังซุนอึ้ง กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. ม. 158 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ข้อเท็จจริงยุติแล้วว่า เรือของกลางมีระวางบรรทุกไม่เกิน250 ตัน ใช้ในการขนยางของกลางที่ยังมิได้เสียค่าภาษี และยางเป็นของที่ต้องจำกัด ศาลสั่งริบเรือของกลางได้ โจทก์หาจำต้องบรรยายฟ้องว่าเรือของกลางมีระวางบรรทุกเท่าใดไม่ เพราะไม่ใช่องค์ประกอบของความผิดพนักงานศุลกากรยึดเรือและยางของกลางได้โดยไม่มีตัวผู้ต้องหา ไม่มีพยานโจทก์คนใดรู้ตัวผู้กระทำผิด จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานถึง 2 ครั้ง แม้จำเลยให้การต่อสู้คดีตลอดมาก็ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ศาลลดโทษให้จำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งเก้าร่วมกันนำยางแผ่นรมควันจำนวน 500 มัดหนัก 55,555 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของต้องกำกัดหรือจำกัด ยังมิได้เสียภาษีศุลกากรขาออกและมิได้นำผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องออกไปนอกราชอาณาจักรไทย โดยนำบรรทุกเรือยนต์ชื่อ "สินอุดม" ออกจากตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ไปยังประเทศมาเลเซีย โดยเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร และเจตนาฉ้อค่าภาษีอากรของรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำเลยกับพวกได้ลงมือกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล เพราะเจ้าพนักงานศุลกากรดักจับเรือพร้อมด้วยแผ่นยางดังกล่าวได้เสียก่อนระหว่างทาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯลฯ กับสั่งริบของกลางจำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้ามีความผิดฐานพยายามนำของออกนอกโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯลฯ ลงโทษจำเลยทั้งเก้าปรับ 2 ใน 3 ส่วนของสี่เท่าราคาของซึ่งรวมค่าอากรแล้วเป็นเงิน 3,513,7