ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2830/2524

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และสิทธิของพนักงานอัยการในการขอให้คืนห

หลักกฎหมาย

การพิมพ์ลายนิ้วมือของตนเองในตั๋วรับจำนำซึ่งมีชื่อผู้อื่นเป็นผู้จำนำ ถือเป็นการปลอมเอกสารสิทธิ และการกระทำดังกล่าวโดยพนักงานผู้มีหน้าที่เขียนตั๋วรับจำนำ แสดงเจตนาทุจริต เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กา

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ให้ลงโทษตามมาตรา 11 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 5 ปี และให้ยกคำขอให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 เป็นเสมียนสถานธนานุเคราะห์ มีหน้าที่เขียนตั๋วรับจำนำ ได้พิมพ์ลายนิ้วมือของตนในตั๋วรับจำนำซึ่งมีชื่อผู้อื่นเป็นผู้จำนำจำนวนมาก และบางฉบับเป็นผู้กรอกข้อความเอง โดยมีระเบียบห้ามพนักงานเป็นผู้จำนำ และไม่ปรากฏว่ามีผู้แสดงตนเป็นผู้จำนำหรือจำเลยมีส่วนร่วมในการใช้ตั๋ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2830/2524พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายชัชวาลย์ พัฒนกิจเรืองชัย กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 1 (9), ม. 264 ป.วิ.อ. ม. 43 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐ โดยเป็นเสมียนสถานธนานุเคราะห์สังกัดกรมประชาสงเคราะห์ มีหน้าที่เขียนตั๋วรับจำนำ จำเลยที่ 2 พิมพ์ลายนิ้วมือของตนในตั๋วรับจำนำ ซึ่งมีชื่อผู้อื่นเป็นผู้จำนำ แสดงออกว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของผู้จำนำ มีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิพฤติการณ์ซึ่งจำเลยที่ 2 ปลอมตั๋วรับจำนำ แสดงว่ามีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานธนานุเคราะห์กรมประชาสงเคราะห์ จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2502 อีกบทหนึ่งด้วยคดีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502มาตรา 11 พนักงานอัยการไม่มีสิทธิขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คนซึ่งเป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ สถานธนานุเคราะห์ 5 สำนักงานธนานุเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ ได้ร่วมกันปลอมตั๋วรับจำนำซึ่งเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการของสำนักงานธนานุเคราะห์รวม 536 ฉบับ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าตั๋วรับจำนำดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน หรือกรมประชาสงเคราะห์ ทั้งจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันนำตั๋วรับจำนำปลอมดังกล่าวเบิกเงินค่ารับจำนำของสำนักงานธนานุเคราะห์ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยกับพวก เบียดบังเป็นของตนเองหรือผู้อื่น