ค่าก่อสร้างอาคารที่บริษัทสร้างแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน โดยได้สิทธิการเช่าเป็นการตอบแทน ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุนที่ต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่
ค่าก่อสร้างอาคารที่บริษัทสร้างแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน โดยได้สิทธิการเช่าเป็นการตอบแทน เป็นรายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการลงทุน ต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (5) แต่บริษัทมีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาในอัตราร้อยละ 100 หารด้วยปีอายุการเช่าตามมาตรา 5(4) วรรคสอ
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
บริษัทโจทก์สร้างอาคารราคา 465,981.34 บาท แล้วยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน โดยโจทก์ได้สิทธิการเช่าอาคารและที่ดินเป็นเวลา 11 ปี อัตราค่าเช่าเดือนละ 150 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3381/2524บริษัทวิจิตรก่อสร้าง จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 65ตรี, ม. 75 พ.ร.ฎ. ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2509 ส.และว. ซึ่งเป็นสามีภริยากันถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนทุนทั้งหมดของบริษัทโจทก์ บริษัทโจทก์จึงต้องเสียภาษีเงินได้อย่างบุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร มาตรา 75บริษัทโจทก์สร้างอาคารราคา 465,981.34 บาท แล้วยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน โดยโจทก์ได้สิทธิการเช่าอาคารและที่ดินเป็นเวลา 11 ปี อัตราค่าเช่าเดือนละ 150 บาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนอันทำให้บริษัทโจทก์ได้รับประโยชน์จากการได้สิทธิการเช่าอาคารและที่ดินนั้น ค่าก่อสร้างอาคารจึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา65 ตรี (5) โจทก์มีสิทธิเพียงหักค่าเสื่อมราคาในอัตราร้อยละ 100 หารด้วยปีอายุการเช่าตามมาตรา 5(4)วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2509โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 โดยเจ้าพนักงานประเมินมีคำสั่งการประเมินให้บริษัทโจทก์เสียภาษีเงินได้ใน พ.ศ. 2504 ถึง พ.ศ. 2506 ในลักษณะบุคคลธรรมดาโดยถือว่าบริษัทโจทก์มีจอมพลสฤษดิ์และท่านผู้หญิงวิจิตราธนะรัชต์ ถือหุ้นอยู่รวม 505 หุ้นในจำนวนหุ้นทั้งหมด 1,000 หุ้นซึ่งเกินร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมดของบริษัทโจทก์ และสำหรับ พ.ศ. 2504 และ2505 เจ้าพนักงานประเมินไม่ยอมตัดบัญชีทรัพย์สินของบริษัทโจทก์ออกเป็นค่าก่อสร้างตึก 3 ชั้น ให้โจทก์นำเงินภาษีและเงินเพิ่มรวม 3,308,518.80 บาทไปชำระแก่จำเลยที่ 1 โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จ