ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2524

ประเด็นกฎหมาย

การตีความมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 ว่าการจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลาง ต้องถือราคาตามที่โจทก

หลักกฎหมาย

การจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางตามมาตรา 8 ต้องถือราคาที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้อง มิใช่ราคาที่ขายได้จริง เพราะหากของกลางขายไม่ได้หรือขายได้เพียงบางส่วน จะไม่มีราคาคำนวณรางวัลหรือรางวัลลดลงไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งกฎหมายไม่ประสงค์เช่นนั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและริบของกลางพร้อมให้จ่ายสินบนและรางวัลตามกฎหมาย ต่อมาศาลชั้นต้นขายทอดตลาดของกลางได้เงิน 578,425 บาท ผู้ร้องซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมยื่นคำร้องขอรับรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนเงินที่ขายทอดตลาดได้ แต่ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางตามที่โจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2524พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสโจทก์ว่าที่พันตำรวจโทพิศิษฐ์ ไชยรักษ์ กับพวกผู้ร้องนายบือราเฮ็ง จูนิจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 การจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489มาตรา 8 นั้น ต้องถือราคาที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องกรณีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและริบของกลางกับให้จ่ายสินบนและรางวัลตามกฎหมาย ต่อมาศาลชั้นต้นขายทอดตลาดของกลางที่สั่งริบทั้งหมดได้เงิน 578,425 บาทผู้ร้องในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมยื่นคำร้องขอรับรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนเงินที่ขายทอดตลาดได้ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายรางวัลให้ร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางตามที่โจทก์ระบุมาในคำฟ้อง โดยไม่รวมค่าอากรผู้ร้องทั้งเก้าอุทธรณ์ขอให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางที่ขายได้จริงศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องทั้งเก้าฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 8 บัญญัติว่า ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางไม่มีว่าราคาตามที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องหรือราคาที่ขายได้จริง ๆศาลฎีกาเห็นว่าจะต้องถือราคาที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้อง เพราะถ้าแปลความหมายตามฎีกาของผู้ร้องว่าหมายถึงราคาของกลางที่ขายได้จริง ๆ แล้ว หากของกลางนั้นขายไม่ได้ก็ไม่มีราคาของกลางที่คิดคำนวณรางวัล หรือถ้าขายของกลางได้เพียงบางส่วน รางวัลอาจจะต่ำลงตามราคาของกลางที่ขายได้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันซึ่งกฎหมายคงไม่ประสงค์เช่นนั้นพิพากษายืน(อัมพล สุวรรณภักดี-เพียร ศรีอรุณ-สมบูรณ์ บุญภินนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศา