ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2524

ประเด็นกฎหมาย

ประธานกรรมการฝ่ายบริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัทเป็นลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน หรือไม่

หลักกฎหมาย

กรรมการบริษัทโดยตำแหน่งไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท เพราะมิใช่บุคคลที่บริษัทตกลงรับเข้าทำงานและมิได้อยู่ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของบริษัท กรรมการจะเป็นลูกจ้างต่อเมื่อได้ตกลงทำงานให้แก่บริษัทเพื่อรับค่าจ้างอีกชั้นหนึ่ง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการพิจารณาต่อไปเกี่ยวกับข้อที่ว่าประธานกรรมการฝ่ายบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์รวมสี่คนเป็นผู้ตกลงทำงานให้แก่บริษัทโจทก์เพื่อรับค่าจ้างอีกชั้นหนึ่งหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทโจทก์มีลูกจ้าง 16 คน และมีกรรมการ 4 คน ได้แก่ ประธานกรรมการฝ่ายบริหารและกรรมการผู้จัดการ ซึ่งได้รับเงินได้ตามตำแหน่งเป็นรายเดือน โจทก์ถือว่าบุคคลทั้งสี่เป็นนายจ้าง แต่จำเลยถือว่าเป็นลูกจ้าง ทำให้โจทก์มีลูกจ้างครบ 20 คน ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2524บริษัทจัดทุนเพื่อการอุตสาหกรรม จำกัดฯโจทก์กรมแรงงาน กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีการเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน , ประธานกรรมการฝ่ายบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์เป็นบุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัทตั้งขึ้นให้มีอำนาจหน้าที่จัดการบริษัทตามข้อบังคับในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่และเป็นผู้แทนแสดงความประสงค์ของบริษัทมิใช่บุคคลที่บริษัทตกลงรับเข้าทำงานทั้งมิใช่เป็นผู้ที่ ต้องทำงานภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของบริษัทประธานกรรมการฝ่ายบริหารและกรรมการผู้จัดการจึงมิใช่ลูกจ้างของบริษัทโจทก์ และจะเป็นลูกจ้างของบริษัทต่อเมื่อเป็นผู้ตกลงทำงานให้แก่บริษัทเพื่อรับค่าจ้างอีกชั้นหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นกรมในกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่บริหารและควบคุมเกี่ยวกับแรงงาน จำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีของจำเลยที่ 1 และเป็นประธานคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2523 วันที่ 17 ตุลาคม 2523 และวันที่ 31 ตุลาคม 2523 จำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือที่ มท. 1211/34821ที่ มท. 1211/36964 และ ที่ มท. 1211/37176 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าเนื่องจากโจทก์มีลูกจ้างครบยี่สิบคนมีหน้าที่ต้องชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน จึงมีคำสั่งให้โจทก์ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี 2522 ประจำปี 2523 พร้อมเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือนและประจำปี 2524 คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 19,076.30 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวเพราะโจทก์มีลูกจ้างเพียง 16 คน ส่วนอีก 4 คนคือ นายอันโตเนียว เอ็ม เมียร์ ตำแหน่งประธานกรรมการฝ่ายบริหาร นายริชาร์ด ยูยีน บราวด์ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หม่อมราชวงศ์เลอชัย ชยางกู