ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3538/2524

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและการจ่ายค่าชดเชย เมื่อลูกจ้างถูกกล่าวหาคดียาเสพติดแต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง

หลักกฎหมาย

เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างกระทำผิด จึงไม่เข้าข้อยกเว้นไม่จ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47 แต่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมต้องพิเคราะห์ถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่านายจ้างมีเหตุอันสมควรหรือไม่ ซึ่งแยกต่างหากจากการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 46,500 บาท แต่การเลิกจ้างไม่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกจับข้อหาร่วมค้ายาเสพติด จำเลยปลดออก ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้อง โจทก์ขอให้รับกลับแต่จำเลยเพิกเฉย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3538/2524นายสมหมาย สาตรปรุงโจทก์บริษัทการบินไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49แม้โจทก์จะถูกกล่าวหาว่าร่วมกับผู้อื่นค้ายาเสพติดให้โทษเฮโรอีน แต่เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องโจทก์ความผิดที่โจทก์ถูกกล่าวหามิได้มีการฟ้องให้ศาลพิจารณาพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้กระทำผิดแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้กระทำผิดดังข้อกล่าวหาและไม่มีเหตุที่จะถือว่าโจทก์ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอันเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างได้ โดยไม่จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างที่จะถือว่าไม่เป็นธรรมนั้นย่อมต้องพิเคราะห์ถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่านายจ้างมีเหตุอันสมควรหรือเพียงพอที่จะเลิกจ้างลูกจ้างหรือไม่ เป็นคนละเหตุกับการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ซึ่งต้องพิเคราะห์ถึงว่าลูกจ้างกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายหรือไม่เมื่อระเบียบของจำเลยให้คำนิยามคำว่า 'เลิกจ้าง' ไว้ว่าหมายความว่า 'มาตรการลงโทษที่ใช้กับพนักงานซึ่งบริษัทไม่ไว้วางใจและไม่ประสงค์ที่จะให้อยู่ทำการกับบริษัทต่อไปหรือยุบหน่วยงานหรือตำแหน่งงาน' พฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จำเลยจะไม่ไว้วางใจและให้โจทก์ทำงานกับจำเลยต่อไป ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตำแหน่งหัวหน้าแผนกฝ่ายการโดยสารขาเข้า สังกัดกองสถานีกรุงเทพ ได้รับค่าจ้างเดือนละ8,950 บาท เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2522 โจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกับผู้อื่นค้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งไม่เป็นความจริงวันที่ 15ตุลาคม 2522 จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์แล