ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2524

ประเด็นกฎหมาย

คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย และนายจ้างไม่มีอำนาจฟ้องพนักงานตรวจแรงงานต่อศาลแรงงานในมูลละเมิด

หลักกฎหมาย

คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานเป็นเพียงความเห็น ไม่มีผลบังคับ นายจ้างไม่ปฏิบัติตามก็ได้ ไม่มีความผิดอาญา และคดีละเมิดระหว่างนายจ้างกับพนักงานตรวจแรงงานไม่อยู่ในอำนาจศาลแรงงานตามมาตรา 8(5) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่สั่งไม่รับฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

พนักงานตรวจแรงงานออกคำเตือนให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายแก่ลูกจ้าง นายจ้างขอผ่อนชำระแต่ถูกยกคำขอ จึงนำเงินไปวางและอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมแรงงาน ต่อมาฟ้องพนักงานตรวจแรงงานฐานละเมิดต่อศาลแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2524บริษัทโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัดฯโจทก์นางสาวผกามาศ บุญธรรม กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 77 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 8 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 ป.วิ.พ. ม. 55คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงาน. เป็นเพียงความเห็นของพนักงานตรวจแรงงานเท่านั้น หามีผลบังคับไม่ หากนายจ้างเห็นว่าคำเตือนไม่ถูกต้องนายจ้างจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าการที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานเป็นความผิดและมีโทษนายจ้างไม่มีอำนาจฟ้องพนักงานตรวจแรงงานให้รับผิดฐานละเมิดต่อศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา8(5) ได้ เพราะมิใช่คดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างนายจ้างและลูกจ้างสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1เป็นพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี ได้ออกคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยจำนวน 87,570 บาท และค่าจ้างค้างจ่ายรวม 5,984 บาท แก่จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 5ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำเตือนภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับคำเตือน โจทก์ได้ขอผ่อนในการชำระค่าชดเชย แต่จำเลยที่ 1สั่งยกคำขอ โจทก์จำต้องปฏิบัติตามคำเตือน โดยได้นำเงินค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายไปวางต่อจำเลยที่ 1 และโจทก์ได้อุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมแรงงานแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ต้องนำเงินไปวางต่อพนักงานตรวจแรงงานทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงินเท่ากับดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปีของเงินจำนวน 87,570 บาท