ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3768/2524

ประเด็นกฎหมาย

ข้าราชการทหารที่ทำงานให้องค์การของรัฐและได้รับค่าจ้าง ถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ และการฟ้องลูกจ้างในข้อหาปฏิบัติหน้าที่บกพร่องเป็นคด

หลักกฎหมาย

ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างย่อมเป็นลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 แม้ผู้นั้นจะเป็นข้าราชการทหารและได้รับเงินเดือนจากทางราชการด้วยก็ตาม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการฟ้องลูกจ้างในข้อหาปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่ใช่คดีอันเกิดจากมูลละเมิดระหว่าง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายเงินในกรณีไม่บอกกล่าวเลิกการจ้างล่วงหน้า 8,500 บาท กับค่าชดเชย 51,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีมีกำหนด 5 ปี และให้ยกคำขออื่นของโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นข้าราชการทหาร สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ไปช่วยปฏิบัติงานในองค์การเชื้อเพลิงตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา และได้รับเงินเดือนจากองค์การเชื้อเพลิงด้วย ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย เงินเดือนเดือนละ 8,500 บาท ต่อมาองค์การเชื้อเพลิงเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2517 โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3768/2524พันเอกหาญ สุมสมสถานโจทก์การปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 (5)แม้โจทก์จะเป็นข้าราชการทหาร ได้รับเงินเดือนจากทางราชการ แต่เมื่อโจทก์ทำงานให้กับองค์การเชื้อเพลิงและได้รับเงินเดือนจากองค์การเชื้อเพลิงด้วย โจทก์จึงเป็นผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่องค์การเชื้อเพลิงเพื่อรับค่าจ้าง โจทก์จึงเป็นลูกจ้างขององค์การเชื้อเพลิง ตามความหมายแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16เมษายน 2515 ข้อ 2การกล่าวหาว่านายจ้างเอาความเท็จมาฟ้องลูกจ้างทำให้ลูกจ้างเสียหายนั้นแม้จะเป็นการกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ก็มิใช่เป็นคดีอันเกิดจากมูลละเมิดระหว่างนายจ้างและลูกจ้างสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522มาตรา 8(5) และไม่ใช่เรื่องอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในข้ออื่นๆ แห่งมาตราเดียวกันโจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำขององค์การเชื้อเพลิง ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม2517 องค์การเชื้อเพลิงกลั่นแกล้งเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดและขณะที่การสอบสวนความผิดของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นเป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม เมื่อเลิกจ้างโจทก์แล้วองค์การเชื้อเพลิงได้แกล้งเอาความอันเป็นเท็จ ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องทำให้องค์การเชื้อเพลิงได้รับความเสียหาย ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดการที่องค์การเชื้อเพลิงเลิกจ้างและฟ้องโจทก์ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงได้รับความเสียหาย จำเลยในฐานะ