ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2543

ประเด็นกฎหมาย

การตีความพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ มาตรา 4 ว่ามีผลเพียงให้ถือว่าผู้ต้องโทษไม่เคยถูกลงโทษจำคุกเท่านั้น ไม่ได้ลบล้างการกระทำความผิดเดิม และการพิพากษาลงโทษ

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ มาตรา 4 มีผลเพียงให้ถือว่าผู้ต้องโทษไม่เคยถูกลงโทษจำคุกเท่านั้น มิได้ลบล้างความประพฤติหรือการกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษ ดังนั้นศาลสามารถนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดเดิมมาประกอบการใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษได้ และเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษโดยไม่สื

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เคยกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและพ้นโทษก่อนพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ มีผลใช้บังคับ ศาลชั้นต้นไม่รอการลงโทษโดยอ้างเหตุว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อน จำเลยฎีกาว่าการล้างมลทินทำให้ถือว่าไม่เคยถูกลงโทษ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2543พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายสิทธา มานะกุล กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 56 ป.วิ.อ. ม. 176 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี , ม. 4พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ที่บัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ หรือซึ่งได้พ้นโทษไปโดยผลแห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2539โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ มีผลเพียงให้ถือว่าผู้ต้องโทษไม่เคยถูกลงโทษจำคุกเท่านั้น มิได้มีผลถึงกับให้ถือว่าความประพฤติหรือการกระทำอันเป็นเหตุให้บุคคลผู้นั้นถูกลงโทษจำคุกถูกลบล้างไปด้วย ศาลล่างทั้งสอง จึงนำข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อนในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามที่ปรากฏในรายงานการสืบเสาะและพินิจ มาประกอบการใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 67 ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลล่างทั้งสองจึงมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ริบหลอดฉีดยาพร้