ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2543

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2543นาย ทรงพล อรรธนิศาสุข กับพวกโจทก์นาย เพียรศักดิ์ ศุขแพทย์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 314, ม. 315, ม. 321, ม. 900 ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 172, ม. 183โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงิน และจำเลยที่ 1 ได้รับเงินกู้ไปแล้ว โจทก์ที่ 1ให้จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าว โดยให้โจทก์ที่ 2 เป็นผู้รับเงินตามเช็คพิพาทเพื่อรับชำระหนี้แทนโจทก์ที่ 1 ตามความประสงค์ของโจทก์ที่ 1 เป็นการที่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ด้วยเงินสดโดยการชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกแก่โจทก์ที่ 2 ผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนโจทก์ที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 314,315 และ 321 มูลหนี้จึงมีเฉพาะการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 เท่านั้น ดังนี้ เมื่อโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยืมเงินเลือกใช้สิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 รับผิดชำระเงินกู้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 1ทำไว้ต่อโจทก์ที่ 1 แล้ว โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงผู้รับชำระหนี้เงินกู้แทนโจทก์ที่ 1ย่อมไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 2 รับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทได้อีก เพราะไม่มีมูลหนี้ที่โจทก์ที่ 2 จะได้รับชำระหนี้ตามเช็คพิพาทแทนโจทก์ที่ 1 อีกต่อไปโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากัน เมื่อปลายปี 2539 จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ที่ 1 จำนวน 210,000 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในครอบครัวโจทก์ที่ 1 จึงให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็ค ลงวันที่ 31มกราคม 2540 จำนวนเงิน 210,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นผู้รับชำระหนี้แทนโจทก์ที่ 1 ครั้นถึงกำหนดโจทก์ที่ 2 เรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาโจทก์