ข้อสัญญาเช่าที่กำหนดค่าเช่าเพิ่มขึ้นเมื่อครบกำหนดแล้วผู้เช่ายังขืนอยู่ เป็นการเช่าต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาหรือเป็นเบี้ยปรับ
เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ภายใน 8 วัน ถือว่าทักท้วงตาม ป.พ.พ. มาตรา 570 แล้ว ไม่เกิดการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา และข้อสัญญาที่กำหนดค่าเช่าเพิ่มขึ้นเมื่อผู้เช่าขืนอยู่ เป็นเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ค่าเช่าหรือเงื่อนไขการเช่าต่อไป
โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้โดยไม่ต้องบอกเลิกสัญญาเช่า เพราะการฟ้องคดีภายใน 8 วันถือเป็นการทักท้วงตามมาตรา 570 และข้อสัญญาข้อ 11 ไม่ได้ทำให้เกิดการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา แต่ค่าเช่า 20 เหรียญเป็นเบี้ยปรับ เมื่อสัญญาเช่าระงับแล้ว จำเลยอยู่ต่อเป็นการละเมิด ต้องใช้ค่าเสียหาย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
สัญญาเช่าตึกแถวมีกำหนด 9 ปี ค่าเช่าเดือนละ 3 เหรียญ ข้อ 11 กำหนดว่าเมื่อครบกำหนดแล้วถ้าผู้เช่ายังขืนอยู่ต่อไป ให้เสียค่าเช่าเดือนละ 20 เหรียญ เว้นแต่จะทำสัญญากันใหม่ ครบกำหนดเช่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2509 โจทก์ฟ้องขับไล่เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2509 โดยไม่ได้บอกเลิกสัญญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2513หลวงวุฒิกรเนติสารโจทก์นายสุพล สมานุกร ที่ 1 นางเง็ก สมานุกร ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. สัญญาเช่าตึกแถวมีกำหนดเวลาเช่าแน่นอน ค่าเช่าเดือนละ 3 เหรียญและมีข้อสัญญาอยู่ข้อหนึ่งว่า เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วถ้าผู้เช่ายังขืนอยู่ต่อไป ผู้เช่ายอมเสียค่าเช่าเดือนละ 20 เหรียญ เว้นแต่จะได้ทำสัญญากันใหม่ ดังนี้ หมายความว่าค่าเช่าเดือนละ 20 เหรียญนี้ เป็นเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ค่าเช่าหรือเงื่อนไขที่มีผลให้ผู้เช่าได้เช่าต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา และเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าได้ 8 วัน ผู้ให้เช่าก็ฟ้องขับไล่ผู้เช่า ย่อมถือว่าผู้ให้เช่าทักท้วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570 แล้ว ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องได้โดยไม่ต้องบอกเลิกสัญญาเช่ากันอีกโจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวเลขที่ 844 ถนนสุขุมวิท อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวดังกล่าวจากโจทก์ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการค้าขาย ใช้ชื่อร้านค้าว่า "สุพลพานิช" มีอัตราค่าเช่าเดือนละ 3 เหรียญอเมริกัน มีกำหนด 9 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2500 ซึ่งครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2509 ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่ขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่เช่า เป็นการอยู่โดยละเมิดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2509 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ 400 บาท จึงขอให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวและส่งมอบคืนในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 400 บาท ตั้งแต่เดือนเมษายน 2509 จนกว่าจะออกจากตึกแถวของโจทก์จำเลยให้การว่า ห้องที่ฟ้องกับห้องอื่นอีก 8 ห้อง จำเลยทั้งสองปลูกสร้างขึ้นใน