ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2513

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2513นายอุดม ลีลาวิวัฒน์โจทก์นายสมาน วนรัตน์ศิริกุลจำเลย ป.วิ.พ. แม้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์บางข้อคู่ความผู้อุทธรณ์จะอุทธรณ์คำสั่งก็ต้องยื่นภายในกำหนด 10 วันจำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 6 เดือนมกราคมพุทธศักราช 2513คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2512 โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ 200 บาท นับจากเดือนมีนาคม 2512 ส่วนสัญญาเช่าข้อ 13 ที่มีข้อความว่า ผู้ให้เช่าจะขายทรัพย์สินที่เช่าแก่ผู้ใดต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบเพื่อมีโอกาสซื้อก่อนนั้น โจทก์ว่า ผู้ให้เช่าคนเดิมแจ้งแล้ว จำเลยไม่ซื้อโจทก์ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ให้เช่าในปัจจุบันมิได้เป็นผู้ขาย จึงไม่ได้เป็นผู้ผิดสัญญาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกเลขที่ 216/2 ถนนตรีมิตร ตำบลตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร ให้จำเลยใช้เงินค่าเช่าที่ค้าง 200 บาท และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท นับจากเดือนมีนาคม 2512 จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกให้โจทก์ ให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายความอีก 150 บาทแทนโจทก์จำเลยอุทธรณ์ทั้งปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2512 สั่งรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนปัญหาข้อเท็จจริงสั่งไม่รับ เพราะเห็นว่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2512ศาลชั้นต้นสั่งว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ต้องกระทำภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ตา