ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2514

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2514นางปฐม ธีระวัฒน์โจทก์นายดิเรก ดิเรกวัฒนะ ที่ 1 นายก้อง บุญประดับ ที่ 2 สิบตำรวจตรีชื้น นิ่มพวง ที่ 3จำเลยพลตำรวจทองอยู่ ชำนาญต่าย ที่ 4 พลตำรวจวันชัย เกวาระ ที่ 5จำเลย ป.วิ.พ. ป.พ.พ. ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายอำเภอกับจำเลยอีก 4 คนซึ่งเป็นปลัดอำเภอและตำรวจได้บังอาจกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทงโดยจำเลยที่ 1 ได้ใช้ให้จำเลยอีก 4 คนนั้นกระทำละเมิดต่อโจทก์กล่าวคือใช้ให้จำเลยที่ 2 ไปเอาเรือนาคของกรมชลประทานซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ขู่จะยิงโจทก์ ปลุกปล้ำจับโจทก์ ใช้ปืนตีจนบาดเจ็บ และใส่กุญแจมือคุมตัวฝ่าฝูงชนให้อับอาย ขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน ดังนี้ เป็นคำฟ้องที่ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจใช้ให้จำเลยอื่นไปเอาเรือนาคและใช้ให้กระทำละเมิดดังกล่าวต่อโจทก์ จึงไม่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นซึ่งโจทก์จะฟ้องจำเลยฐานละเมิดได้ศาลย่อมไม่รับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 10 เดือนมิถุนายนพุทธศักราช 2513โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นนายอำเภอชุมแสง จำเลยที่ 2 รับราชการเป็นปลัดอำเภอตรีอำเภอชุมแสง จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 รับราชการเป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแสง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2511 เวลากลางวันจำเลยทั้ง 5 ได้บังอาจกระทำผิดกฎหมายโดยเจตนาหลายบทหลายกระทง โดยจำเลยที่ 1 ได้ใช้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 5 กระทำละเมิดต่อโจทก์กล่าวคือจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 มาเอาเรือนาคซึ่งเป็นของกรมชลประทาน แต่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ โดยจำเลยที่ 3 ได้บังอาจยกปืนยาวขึ้นประทับไหล่ตั้งท่ายิง และหันปากกระบอกปืนจ่อจ้องจะยิงมายังโจทก์ พร้อมก