ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2528นายอำนวย รถทองโจทก์นางเอื้อน ทิพย์สำราญจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 การฟ้องขอให้ผู้รับโอนโอนนาหรือที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นซึ่งมี พระราชกฤษฎีกา ควบคุม ให้แก่ ผู้เช่าโดยอ้างว่าผู้ให้เช่าขายไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบนั้นผู้เช่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อนกล่าวคือต้องมีการร้องขอต่อ คชก. ตำบลเพื่อวินิจฉัยก่อนหากไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก. ตำบล ก็ต้องอุทธรณ์ต่อไปยัง คชก. จังหวัดเมื่อ คชก. จังหวัดวินิจฉัยแล้วยังไม่เป็นที่พอใจ จึงจะมีสิทธิฟ้องคดีได้เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าบรรยายฟ้องแต่เพียงว่าโจทก์ขอซื้อจากจำเลย จำเลยไม่ยอมขาย โจทก์ก็มาฟ้องทันที โดยมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้เช่นนี้ต้องยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อความตอนใดแสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ทั้งไม่ได้บรรยายว่ามีพระราชกฤษฎีกา ใช้บังคับแก่การเช่าที่ดินประเภททำสวนดังที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในเบื้องแรกเห็นว่า ที่ดินตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าเช่ามาจากนางศรีสุขเจ้าของเดิมนั้นไม่ใช่ "นา" ตามความหมายของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ฉะนั้นหากจะมีการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นใดนอกจากนา รัฐบาลจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเป็นพิเศษตามที่มาตรา 63 ให้อำนาจไว้ แต่ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลตราพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินประเภ