ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2528

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2528กรมตำรวจโจทก์พันตำรวจตรีไสว มาลัยวรรณจำเลย ป.พ.พ. ม. 75, ม. 448 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ข้อ 32อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมตำรวจ เมื่ออธิบดีกรมตำรวจได้ออกคำสั่งกำหนดสายงานของกรมตำรวจและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้รองอธิบดีและผู้ช่วยอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดี การปฏิบัติราชการของผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจภายในกรอบอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจ มีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ของอธิบดีกรมตำรวจ การที่ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในฐานะดังกล่าวรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2521 ถือได้ว่ากรมตำรวจโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือจำเลยตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2523 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือกระทำการโดยประมาทไม่ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ ทำให้แร่ซีไรท์ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลยกับพันตำรวจโทบรรลือ ถูกคนร้ายลักไป ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาลเสียหายพันตำรวจโทบรรลือยอมชดใช้ค่าเสียหายกึ่งหนึ่งไปแล้วขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินค่าแร่ที่เหลือพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแร่ซีไรท์ที่พิพาทไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย และคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลมีอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้แทนรับผิดชอบในการ